ทอง

ราคาทอง

ข่าวราคาทองคำ1 กรกฎาคม 2562 (ภาคค่ำ)

แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สามารถแก้ไขสงครามการค้าที่ดําเนินมานานนับปี ระหว่างสองประเทศ สหรัฐจีน จนตกลงเริ่มกลับมาเจรจาการค้าอีกครั้ง แต่ยังคงต้องติดตามความคืบหน้า เพราะสื่อของทางการจีนระบุว่า จีนและสหรัฐจะเผชิญหนทางอีกยาวไกล ก่อนที่พวกเขาจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามการค้าของพวกเขา โดยมีแนวโน้มจะเกิดการต่อสู้เพิ่มเติมรออยู่ ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลีย์ของทางการจีนซึ่งมักถูกจีนใช้ในการส่งสารสู่ภายนอกเตือนว่า ขณะนี้ มีแนวโน้มมากขึ้นในการทําข้อตกลง แต่ไม่มีการรับประกันว่าจะบรรลุข้อตกลง นอกจากนี้ นายแลร์รีย์คัดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจทําเนียบขาวระบุว่า บริษัท Huawei Technologies Co. Ltd จะยังคงอยู่ในบัญชีดําของสหรัฐ แต่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะอนุมัติใบอนุญาตเพิ่มเติมบางส่วนสําหรับชิ้นส่วนที่หาซื้อได้โดยทั่วไป ท่าทีดังกล่าวสร้างแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงราคาทองคําไว้ ทั้งนี้ แนะนํานักลงทุนที่สะสมทองคําไว้อาจมีการขายทํากําไรบางส่วนออกมาโดยให้ดูว่าราคาทองจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,398-1,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงถือต่อไป และหากราคาทองคํามีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับจะสะท้อนว่าราคาสร้างสามารถสร้างฐานได้ แนะนํานักลงทุนสามารถซื้อเก็งกําไรระยะสั้น โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่มา ylgbullion.co.th

ราคาทอง

ข่าวราคาทองคำ 02 เมษายน 2562 (ภาคบ่าย)

ราคาทองช่วงเช้าวันนี้ ทรงตัวใกล้ ระดับตํ่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์ แม้ จะมีจังหวะดีดตัวขึ้นไปแถว 1,297 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแต่ก็ไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ โดยราคาทองคําถูกกดดันจากการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน โดยดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นเป็นวันทําการที่ 3 ติดต่อกันในวันจันทร์และสามารถยืนเหนือ 26,000 จุดได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ราคาทองคําถูกกดดันเพิ่ม หลังรัฐสภาอังกฤษมีมติด้วยคะแนนเสียง261 ต่อ 282 เสียง ปฏิเสธทางเลือกทั้ง 4 ทาง ในการประชุมหยั่งเสียงเมื่อวานนี้ ซึ่งนับเป็นการปฏิเสธทางเลือกต่างๆเป็นครั้งที่สอง หลังจาก 27 มี.ค.ที่ผ่านมารัฐสภาอังกฤษได้ลงมติปฏิเสธทางเลือกต่างๆทั้งหมด 8 ทางเลือก และขณะนี้ ใกล้ถึงกําหนดวัน Brexit ที่ได้ขยายเวลามาเป็นวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งนักลงทุนยังคงกังวลว่าจะเกิดกรณี No Deal หรือไม่ หากรัฐบาลอังกฤษยังไม่สามารถหาทางเลือกอื่นๆได้ ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้กดดันยูโรและปอนด์ หนุนดอลลาร์ และกดดันราคาทองคํา จึงแนะนําติดตามต่อไปเพื่อชี้นําตลาดเพิ่มเติม นอกจากนี้ ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ.ของสหรัฐในวันนี้ 19.30น. ตามเวลาไทย ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า ราคาทองวันนี้เริ่มมีการดีดตัวกลับทุกครั้งเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้ระดับตํ่าสุดของวันก่อนหน้า แต่หากการดีดตัวกลับของราคายังไม่สามารถกลับไปทดสอบหรือยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,294-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ก็อาจเกิดแรงขายซึ่งจะกดดันให้ราคาปรับตัวลง โดยมีแนวรับที่ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ แนะนํากลยุทธ์ แบ่งทองคําออกขายหากไม่สามารถผ่าน 1,294-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนการเข้าซื้อแนะนํารอดู หากราคาทองอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจเข้าซื้อหากราคาไม่หลุดโซนแนวรับดังกล่าว แต่หากหลุดให้ชะลอการ เข้าซื้อออกไป ที่มา ylgbullion.co.th

ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคค่ำ 04 กุมภาพันธ์ 2562

ผลจากราคาทอง ในความกังวลเกี่ยวกับ “เบร็กซิทแบบไร้ ข้อตกลง” และการกีดกันการค้าที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ ส่งผลให้ ความต้องการเสี่ยงทางการเงินของธุรกิจรายใหญ่ ของอังกฤษร่วงสู่ระดับตํ่าสุดในรอบเกือบ 1 ทศวรรษ ขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติอังกฤษยังปฏิเสธที่จะสนับสนุนข้อตกลงเบร็กซิท ของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ ประเด็นดังกล่าวกดดันสกุลเงินปอนด์ และราคาทองคํา โดยเทรดเดอร์คาดว่า ปอนด์จะยังคงผันผวน ขณะธนาคารกลางอังกฤษมีกําหนด ประชุมกันในช่วงปลายสัปดาห์นี้ และคาดกันในวงกว้างว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะคงอัตราดอกเบี้ย แนวโน้มดังกล่าว เพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคําท่ามกลาง
การซื้อขายที่เบาบางในช่วงเทศกาลตรุษจีน ในระยะสั้นหากราคาทองคําทดสอบแนวต้านโซน 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่มีทองคําในมืออาจขายราคาทอง บางส่วนหากราคาทองไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้รอไปขายบริเวณแนวต้านถัดไป อย่างไรก็ตาม หากราคาทองไม่สามารถผ่านแนวต้านไปได้ อาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ แนะนําให้รอจังหวะเข้าซื้อบริเวณโซนแนวรับ 1,304-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรมีจุดตัดขาดทุนหาก ราคาทองไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์  ที่มา ylgbullion

ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทอง ภาคค่ำ 07 มกราคม 2562

จากราคาทองภาคบ่าย ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี และ 10 ปี ของสหรัฐ ร่วงลงอย่างหนักในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่า เทรดเดอร์พันธบัตรสหรัฐแทบไม่เห็นโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2019 เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวลง สอดคล้องกับ กับ นายโธมัส บาร์กิน ประธานเฟด สาขาริชมอนด์ ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตชะลอตัวมากขึ้นในปี 2019 เมื่อเทียบกับปี 2018 พร้อมเสริมว่า เขาทราบเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ มุมมองดังกล่าวสร้างแรงซื้อหนุนราคาทองคําไว้ อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อ หลังจากค่าเงินบาทแตะระดับแข็งค่ามากสุดในรอบเกือบ 7 เดือน ตามแนวโน้มเงินทุนที่อาจไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ ซึ่งกดดันราคาทองคําในประเทศ เบื้องต้น ราคาทองคํายังคงเคลื่อนไหวทรงตัวในทิศทาง ค่อยขยับขึ้น แนะนําเข้าซื้อเก็งกําไรระยะสั้นหากราคาทองคําอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ประเมินว่าราคาทองคําอาจมีการ ขยับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,299-1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกไปได้จะเกิดการย่อตัวเพื่อลงมาสร้ างฐานของราคาอีกครั้ง ที่มา ylgbullion

>> อัพเดตราคาทองวันนี้

ราคาทอง

บทวิเคราะห์ราคาทองภาคเช้า 13 ธันวาคม 2561

ราคาทองคําวานนี้ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้ น 2.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับอานิสงค์เชิงบวกหลังนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สามารถผ่านพ้น การลงมติไม่ไว้วางใจจากสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยม

ซึ่งส่งผลให้นางเมย์ยังคงดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมต่อไป ทําให้ค่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้ นจนฉุดสกุลเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง ประกอบกับการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อสหรัฐทรงตัวในเดือนพ.ย.ซึ่งเป็นการปรับตัวรายเดือนที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 8 เดือน สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกยํ้ าการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจชะลอการปรับขึ นอัตราดอกเบี้ ยในปี 2019

ซึ่งส่งผลกดดันสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มจนหนุนให้ราคาทองคําฟื้นตัวขึ้ น สําหรับวันนี้ ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป(ECB) คาด ECB จะคงนโยบายการเงินตามเดิม แต่แนะนําติดตามแถลงการณ์ของนายมาริโอ ดรากีประธาน ECB ว่าจะมีการมุมมองเกียวเศรษฐกิจยูโรโซน รวมไปถึงแนวโน้มการดําเนินนโยบายการเงินในอนาคตอย่างไร

ทั้งนี้ สัญญาณในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงินจะเป็นบวกต่อยูโรและทองคํา ในทางกลับกันสัญญาณในเชิงผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไปจะ เป็นปัจจัยกดดันยูโรและทองคํา นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการเปิ ดเผยจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ ที่มา ylgbullion

>> อัพเดตราคาทองวันนี้