ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ระบุว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) มีมติ 11-1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ส่งผลให้ราคาทองคำเริ่มมีการฟื้นตัวในกรอบแนวรับและแนวต้านสำคัญ โดยมีประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามดังนี้
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย คงที่ในระดับ 3.50-3.75% โดยเฟดส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง (0.25%) ในปี 2569 และ 2570 ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 100.23 หน่วย ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.26% กดดันการฟื้นตัวของราคาทองคำในระยะสั้น
- การปรับประมาณการ GDP สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 2.4% ในปี 2569 สะท้อนเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งกว่าคาดการณ์เดิม
- กองทุนทองคำโลก SPDR เทขายทองคำออกมา 2.57 ตัน ทำให้ปัจจุบันมียอดถือครองสุทธิรวม 1,066.99 ตัน
วิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำและนโยบายการเงินของเฟด
ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันโดยตรงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น การที่เฟดเลือกคงดอกเบี้ยและปรับลดความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยปีหน้าลง เหลือเพียงครั้งเดียวในปี 2569 ทำให้นักลงทุนต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ เนื่องจากต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำยังคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คิด
นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้ให้ความเห็นถึงความไม่แน่นอนของวิกฤตราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังไม่ลดลงสู่เป้าหมายอย่างที่ตั้งใจไว้ สถานการณ์นี้ทำให้ทองคำทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ไม่เต็มที่นัก เมื่อเทียบกับแรงกดดันจากนโยบายการเงินที่ตึงตัว ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway เพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน
สำหรับการตัดสินใจลงทุนในระยะนี้ ข้อมูลการปรับเพิ่มเป้าหมาย GDP ของสหรัฐฯ ตลอดช่วงปี 2569-2571 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสเกิด Soft Landing สูงขึ้น ซึ่งในเชิงสถิติมักจะส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปยังตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณการถือครองทองคำของ SPDR ที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 1,000 ตัน ก็เป็นจุดที่ยืนยันว่านักลงทุนสถาบันยังคงให้ความสำคัญกับทองคำในพอร์ตการลงทุนหลัก
สรุปสถานการณ์ราคาทองคำวันนี้
ภาพรวมราคาทองคำอยู่ในช่วงพยายามทรงตัวหลังรับทราบมติเฟดที่คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% แม้จะมีแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและยอดขายจากกองทุน SPDR แต่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาไว้ในกรอบแนวรับสำคัญ นักลงทุนควรเฝ้าระวังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต