ข้อมูลจากเว็บไซต์ Sanook รายงานว่า ภาพรวมแนวโน้มราคาทองคำล่าสุดมีการปรับตัวขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญ แต่ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อเงินเฟ้อ
- ดัชนีดอลลาร์ทรงตัว: ไม่สามารถผ่านแนวต้าน 100 หน่วย ส่งผลบวกต่อแรงซื้อทองคำ
- แรงซื้อจากกองทุนใหญ่: กองทุน SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นถึง 23.68 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
- คาดการณ์ดอกเบี้ยทรงตัว: เครื่องมือ CME FedWatch Tool ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน
- แรงกดดันจากพลังงาน: ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง อาจกระตุ้นเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
วิเคราะห์ปัจจัยหนุนแนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้น
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในรอบนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากปัจจัยฝั่งการเงินและแรงซื้อระดับสถาบัน การที่ดัชนีเงินดอลลาร์ชะลอตัวและติดแนวต้านที่ระดับ 100 หน่วย ทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่อ้างอิงด้วยดอลลาร์มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก
นอกจากนี้ การเข้าเก็บสะสมทองคำของกองทุนระดับโลกอย่าง SPDR มากถึง 23.68 ตัน สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนรายใหญ่ ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวลเรื่องการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยกระทันหัน หลังข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ไม่ได้บ่งชี้ถึงการปรับขึ้นหรือลงดอกเบี้ยอย่างเร่งด่วนในระยะนี้
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกดดันราคาทองคำ
แม้ทองคำจะมีปัจจัยบวกประคองไว้ แต่ความเสี่ยงระลอกใหม่เริ่มปรากฏจากฝั่งพลังงานและสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงปรับตัวสูงขึ้น หลังจากสหรัฐฯ โดยกระทรวงการคลังเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม
ในเวลาเดียวกัน ท่าทีที่แข็งกร้าวจากทางกองทัพอิหร่านที่ขู่จะตอบโต้ด้วยมาตรการขั้นรุนแรงหากถูกคุกคาม ยิ่งสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดพลังงานโลก สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นชนวนเร่งอัตราเงินเฟ้อภาคพลังงานให้พุ่งสูงขึ้น
ผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยและทางเลือกในการลงทุน
หากเงินเฟ้อภาคพลังงานกลับมาเร่งตัวขึ้นอย่างที่กังวล สิ่งที่จะตามมาคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับตัวสูงขึ้น และอาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องพิจารณาคงดอกเบี้ยในระดับสูงหรือปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อราคาทองคำ
สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจลงทุน ควรชั่งน้ำหนักระหว่างแรงหนุนทางเทคนิคและแรงซื้อสถาบัน กับความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อที่อาจกลับมากดดันราคา การแบ่งไม้เข้าซื้อตามแนวรับสำคัญและติดตามข่าวสารด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนช่วงที่ตลาดผันผวนได้ดีที่สุด
สรุป แนวโน้มราคาทองคำยังมีปัจจัยบวกจากดอลลาร์ที่ติดแนวต้าน แรงซื้อจาก SPDR และทิศทางดอกเบี้ยที่นิ่งขึ้น แต่ต้องระวังแรงกดดันจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ในต่างประเทศที่อาจดันเงินเฟ้อและบอนด์ยีลด์ให้พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นปัจจัยฉุดราคาทองคำในระยะถัดไป