รายงานล่าสุดจาก ฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng) ระบุว่า ราคาทองคำในประเทศวันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2569) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงถึง 2,100 บาท ตามการทะยานขึ้นของราคาทองคำโลก (Gold Spot) ที่เข้าใกล้ระดับ 5,100 ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณเพื่อยุติภาวะการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Government Shutdown) ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา
สรุปประเด็นสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำ
- ราคาทองคำแท่ง 96.5%: เปิดตลาดปรับขึ้นแรง ขายออกที่ 75,700 บาท และรับซื้อคืนที่ 75,500 บาท
- สถานการณ์ในสหรัฐฯ: การยุติชัตดาวน์ช่วยจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานหลักจนถึง 30 กันยายน 2569 แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงอยู่
- ปัจจัยกรีนแลนด์: ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ แสดงท่าทีต้องการเข้าควบคุมพื้นที่ ส่งผลให้เกิดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- นโยบายการเงิน: สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟดสายพิราบ (สนับสนุนการลดดอกเบี้ย) ยังคงดำรงตำแหน่งต่อ ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในทองคำ
- กองทุน SPDR: มีการขายทำกำไรออกมา 3.72 ตัน ทำให้ยอดถือครองสุทธิอยู่ที่ 1,083.38 ตัน
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุน
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงนี้อยู่ในทิศทางฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยได้รับแรงส่งจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และกรีนแลนด์ ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนทั่วโลก แม้ว่าการลงนามงบประมาณของทรัมป์จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการหยุดชะงักของภาครัฐในระยะสั้น แต่การที่งบประมาณบางส่วนของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ยังเป็นเพียงงบชั่วคราว 2 สัปดาห์ ทำให้ตลาดมองว่าความขัดแย้งภายในสภาคองเกรสยังไม่จบสิ้น
สำหรับการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) การที่สตีเฟน มิแรน ซึ่งเป็นกรรมการที่สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยมาโดยตลอด ยังคงมีบทบาทสำคัญในบอร์ดผู้ว่าการเฟด ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าโอกาสที่จะเห็นการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ยังมีน้ำหนักสูง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากต้นทุนการถือครองทองคำจะลดต่ำลง
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำแท่งในประเทศมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 75,600 – 76,100 บาท หากราคายืนเหนือระดับนี้ได้มีโอกาสไปต่อ แต่หากมีการย่อตัวลงมา นักลงทุนสามารถพิจารณาเข้าซื้อสะสมได้ที่แนวรับ 74,700 บาท โดยต้องเฝ้าติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศคืนนี้ ทั้งการจ้างงาน ADP และดัชนี PMI ภาคบริการ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตารางสรุปแนวรับ-แนวต้านราคาทองคำวันนี้
| ประเภท | แนวรับ (Support) | แนวต้าน (Resistance) |
| Gold Spot (ดอลลาร์/ออนซ์) | 4,950 / 4,885 | 5,052 / 5,100 |
| ทองคำแท่ง 96.5% (บาท) | 74,700 / 74,000 | 75,600 / 76,100 |
บทสรุป
แนวโน้มราคาทองคำวันนี้ยังคงมีความผันผวนสูงในเชิงบวก โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งข่าวการเมืองในสหรัฐฯ และความตึงเครียดระหว่างประเทศ นักลงทุนควรเน้นกลยุทธ์ “ย่อซื้อ-ดีดขาย” ตามกรอบแนวรับแนวต้านที่ให้ไว้ และควรติดตามการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (ADP) ในคืนนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด อาจเป็นแรงส่งให้ทองคำพุ่งทะลุแนวต้านถัดไปได้ทันที
Q&A คำถามที่พบบ่อย
- ราคาทองวันนี้ ฮั่วเซ่งเฮง ปรับขึ้นเพราะอะไร? ปัจจัยหลักมาจากราคาทองคำโลกที่พุ่งสูงขึ้นหลังมีความชัดเจนเรื่องงบประมาณสหรัฐฯ และความกังวลเรื่องสถานการณ์กรีนแลนด์ ประกอบกับค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ช่วยหนุนให้ราคาทองในไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่าปกติ
- ช่วงนี้ควรซื้อทองเก็บหรือขายทำกำไรดี? หากมีกำไรพอสมควร การทยอยแบ่งขายตามแนวต้าน 75,600-76,100 บาท เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับระยะสั้น แต่หากต้องการซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว แนะนำให้รอจังหวะราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 74,700 บาท
- ตัวเลข ADP และ PMI คืนนี้ส่งผลต่อทองคำอย่างไร? หากตัวเลขการจ้างงาน ADP ออกมาน้อย หรือดัชนี PMI ภาคบริการต่ำกว่าที่คาดการณ์ จะแสดงถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและเป็นแรงผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปอีก