ข้อมูลจาก ฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng) ระบุว่า ราคาทองคำโลกในขณะนี้อยู่ในสภาวะแกว่งตัวในกรอบ (Sideway) โดยมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มมีสัญญาณบวกจากการทูต แต่ในระยะสั้นราคายังมีแรงกดดันจากการทดสอบแนวต้านสำคัญ สรุปประเด็นสำคัญเพื่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- แนวต้านทองโลก อยู่ที่ระดับ 5,085 ดอลลาร์ หากไม่ผ่านมีโอกาสย่อตัวทดสอบ แนวรับ ที่ 4,965 และ 4,900 ดอลลาร์
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 96.89 หน่วย หลังสหรัฐฯ เผยยอดค้าปลีกพื้นฐานลดลงมากกว่าที่คาดการณ์
- นโยบายดอกเบี้ย ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันนายเควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ ให้ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้เติบโตถึง 15%
- กองทุน SPDR เทขายทองคำออก 0.34 ตัน ทำให้ยอดถือครองสุทธิปัจจุบันอยู่ที่ 1,079.32 ตัน
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำวันนี้และการเคลื่อนไหวของตลาดโลก
สถานการณ์ราคาทองคำถูกขับเคลื่อนด้วยความเคลื่อนไหวทางการทูตระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแสดงท่าทีพร้อมเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยชะลอตัวลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวหนุนราคาเนื่องจากตัวเลขการบริโภคหรือยอดค้าปลีกออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ร่วงลงสู่ 4.14% ซึ่งเป็นผลดีต่อราคาทองคำในระยะยาว
การที่โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ สะท้อนถึงทิศทางนโยบายการเงินที่เน้นการผ่อนคลายและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งกลางเทอม หากมีการลดดอกเบี้ยตามความต้องการของทรัมป์จะยิ่งเป็นปัจจัยบวกที่ผลักดันให้ราคาทองคำมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ได้ง่ายขึ้น นักลงทุนจึงควรติดตามถ้อยแถลงและนโยบายของว่าที่ประธานเฟดรายนี้อย่างใกล้ชิด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ แนะนำให้จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงค่ำ โดยเฉพาะค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงและอัตราการว่างงานเดือนมกราคม หากตัวเลขการจ้างงานออกมาแย่กว่าที่คาด จะเป็นแรงส่งให้ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับได้เร็วขึ้น แต่หากราคาทองโลกหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,900 ดอลลาร์ อาจเกิดการปรับฐานลงต่อเนื่องในระยะสั้น
ราคาทองคำในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงทดสอบแนวรับหลังจากไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 5,085 ดอลลาร์ไปได้ ปัจจัยหลักมาจากท่าทีการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ที่อ่อนค่าและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ยังคงเป็นฐานรองรับราคาที่แข็งแกร่ง แนะนำให้นักลงทุนรอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้ระดับแนวรับ