ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์ตลาดทองคำล่าสุดและบทวิเคราะห์เศรษฐกิจรายวันระบุว่า ราคาทองคำโลกมีการปรับตัวขึ้นสวนทางกับดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 สู่ระดับ 99.86 หน่วย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 4.41%
- ความไม่แน่นอนทางการเมือง ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนสับสน หลังมีการเปิดเผยข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเจรจายุติสงคราม
- ความเสี่ยงจากการเทขาย (Liquidation) กองทุน ETF มีการเทขายทองคำออกไปแล้วกว่า 85 ตัน และยังมีสถานะขาดทุนค้างอยู่อีก 83 ตัน ซึ่งอาจกดดันให้เกิดแรงเทขายระลอกใหม่ในอนาคต
- กองทุน SPDR ยักษ์ใหญ่ด้านทองคำมีการเข้าซื้อสุทธิ 0.29 ตัน ทำให้ปัจจุบันถือครองทองคำรวมทั้งสิ้น 1,052.71 ตัน
- ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ คืนนี้เวลา 21.00 น. ต้องติดตามการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U.S. Consumer Sentiment) ประจำเดือนมีนาคม
ปัจจัยกดดันราคาทองคำ: ดอลลาร์แข็งค่าและสงครามตัวแทน
สถานการณ์ราคาทองคำในขณะนี้ตกอยู่ภายใต้ความกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 99.19 สู่ 99.86 หน่วย ซึ่งปกติแล้วดอลลาร์ที่แข็งค่าจะทำให้ราคาทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ส่งผลให้ความต้องการทองคำลดลง นอกจากนี้การที่ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.41% ยังเป็นปัจจัยลบที่ทำให้นักลงทุนหันไปถือครองพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยแทนการถือทองคำที่ไม่มีปันผล
ประเด็นร้อนที่ต้องจับตาคือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้อิหร่านจะส่งคำตอบข้อเสนอ 15 ข้อให้แก่ตัวกลางแล้ว แต่ท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ ที่โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เตือนให้อิหร่านเร่งเจรจาก่อนจะสายเกินไป สะท้อนถึงความตึงเครียดที่ยังไม่ยุติลงง่าย ๆ ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในช่วงสั้น ๆ แม้จะมีปัจจัยทางเทคนิคคอยกดดันอยู่ก็ตาม
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในเชิงโครงสร้างตลาดคือปริมาณทองคำในกองทุน ETF ที่อยู่ในสถานะขาดทุน (Lossmaking) กว่า 83 ตัน หากราคาทองคำไม่สามารถยืนระยะได้ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินอย่างกะทันหัน ปริมาณทองคำส่วนนี้อาจถูกเทขายออกมาเพื่อล้างสถานะขาดทุน ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ราคาทองคำปรับฐานลงอย่างรุนแรงอีกครั้งในอนาคต
วิเคราะห์ทางเทคนิค: แนวโน้มและกรอบการเคลื่อนไหว
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำโลกได้ลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,350 ดอลลาร์ และสามารถทรงตัวปรับตัวขึ้นได้ ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้นทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,450 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังแรงเทขายทำกำไรบริเวณแนวต้านดังกล่าวที่อาจทำให้ราคาย่อตัวลงมาอีกครั้ง
กรอบการเคลื่อนไหวที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือหากราคาทองคำไม่สามารถรักษาฐานเหนือแนวรับ 4,350 ดอลลาร์ได้ และหลุดแนวรับถัดไปที่ระดับ 4,300 ดอลลาร์ จะถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าราคาทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานลงอย่างต่อเนื่อง (Bearish Trend) ซึ่งอาจลงไปลึกกว่าที่คาดการณ์ไว้ตามแรงเทขายของกองทุนขนาดใหญ่
สำหรับการลงทุนในวันนี้ แนะนำให้ติดตามตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ช่วง 21.00 น. เพราะหากตัวเลขออกมาดีเกินคาด จะยิ่งส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันราคาทองคำให้ร่วงลงทันที ในทางกลับกันหากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแย่กว่าที่คาด อาจเป็นแรงหนุนให้ทองคำพุ่งทะลุแนวต้าน 4,450 ดอลลาร์ได้สำเร็จ
สรุปทิศทางราคาทองคำวันนี้
ราคาทองคำโลกมีแนวโน้มรีบาวด์ทดสอบแนวต้าน 4,450 ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ต้องระวังแรงกดดันจาก ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่า และความเสี่ยงจากการเทขายทองคำของกองทุน ETF หากราคาหลุดแนวรับ 4,300 ดอลลาร์ มีโอกาสปรับฐานลงยาว