ข้อมูลจาก Sanook และสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาทองคำโลก ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 4.70% ลงมาสอดคล้องกับตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานและเงินเฟ้อทั่วไปรายปีของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้แรงกดดันด้านการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดผ่อนคลายลง
การเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในรอบนี้ยังมีความน่าสนใจจากปัจจัยแวดล้อมหลายด้านที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 4.70% ลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย
- ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐทั้งแบบทั่วไปและพื้นฐานรายปีประกาศออกมาต่ำกว่าคาดการณ์เดิม ช่วยลดความกังวลเรื่องการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินไปของเฟด
- กองทุนทองคำระดับโลก SPDR Gold Shares เข้าซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น 3.14 ตัน สะท้อนมุมมองเชิงบวกและการสะสมสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยง
สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังรัฐบาลไต้หวันออกมาประณามการซ้อมรบทางทะเลระหว่างจีนและอินโดนีเซียนอกชายฝั่งตะวันออกว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงและยั่วยุทางทหาร ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าสหรัฐยังคงควบคุมยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และกองกำลังยังคงประจำการในตะวันออกกลางตามเดิม ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดต้องประเมินความเสี่ยงเรื่องความขัดแย้งที่อาจลุกลามและส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ เงินเฟ้อ รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต
ภาพรวมของตลาดทองคำยังคงได้อานิสงส์จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาด และการย่อตัวของบอนด์ยีลด์ แม้ว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียและตะวันออกกลางจะยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แต่นักลงทุนยังคงใช้ทองคำเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายความเสี่ยง พร้อมทั้งจับตาท่าทีของกองทุนใหญ่และการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม