ราคาทองคำในตลาดโลก ปรับตัวขึ้น ขานรับสัญญาณจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่เตรียมเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรเพื่อกดอัตราผลตอบแทน (Bond Yield) ให้ลดลง ส่งผลดีต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเจอปัจจัยตึงเครียดจากสถานการณ์ геополитика และการขยับตัวของกองทุนรายใหญ่
- การซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Buyback): ข้อมูลจาก CNBC และสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดย รมว.คลัง สกอตต์ เบสเซนต์ พิจารณาใช้เงินจากบัญชี TGA (Treasury General Account) ราว 0.936-0.95 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล
- วงเงินแทรกแซงตลาด: ขยายวงเงินการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield): ยึดระดับทรงตัวสูง โดยอายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.70% และอายุ 30 ปี อยู่ที่ 5.22%
- สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ: ประธานรัฐสภาอิหร่านเตือนปัญหาเศรษฐกิจจากการถูกปิดล้อมทางทะเลและการส่งออกน้ำมันที่หยุดชะงัก สร้างความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
- แรงซื้อจากกองทุนใหญ่: กองทุนทองคำชั้นนำ SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 2.28 ตัน สะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนสถาบัน
วิเคราะห์ปัจจัยหนุนและแรงกดดันต่อราคาทองคำ
มาตรการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แม้จะไม่ใช่การผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยตรงจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แต่การดึงเงินสภาพคล่องจากบัญชี TGA เข้ามาซื้อคืนพันธบัตรอายุยาว จะช่วยเพิ่มแรงซื้อในตลาดพันธบัตรและดันให้ราคาพันธบัตรสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวลดลงโดยตรง การลดลงของ Bond Yield จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ทำให้ราคาทองคำได้รับแรงหนุนและมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะสั้นถึงระยะกลาง
ในทางกลับกัน ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากอิหร่านประสบปัญหาเศรษฐกิจจากการถูกสหรัฐฯ ปิดล้อมเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเล อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและบรรยากาศการลงทุนใน ภาพรวมของตลาดการเงินโลก ซึ่งเป็นปัจจัยผันผวนที่นักลงทุนต้องติดตามใกล้ชิด