แนวโน้มราคาทอง 30 กรกฎาคม 68
ราคาทองวันนี้ ในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ แม้จะยังไม่เกิดแรงขายรุนแรง แต่ก็ไม่มีปัจจัยใหม่มาช่วยหนุนให้เกิดการปรับขึ้นอย่างชัดเจน
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/webp)
ทองคำยังแกว่งในกรอบ – ตลาดจับตาค่าเงินดอลลาร์แข็ง, เจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนยังไร้บทสรุป
ราคาทองวันนี้ ในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ แม้จะยังไม่เกิดแรงขายรุนแรง แต่ก็ไม่มีปัจจัยใหม่มาช่วยหนุนให้เกิดการปรับขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจัยสำคัญที่กดดันทองคำยังคงเป็นเรื่องของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแตะระดับแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 100 จุด หลังจากเคยอ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดแถว 97 จุด แรงซื้อดอลลาร์กลับมาอีกครั้ง จากความคาดหวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจฟื้นตัวได้ดีกว่าคาดการณ์ และการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่ทรงตัวในระดับสูง ล้วนเป็นปัจจัยที่ลดแรงจูงใจในการลงทุนในทองคำระยะสั้น
สาเหตุหลักที่หนุนค่าเงินดอลลาร์ในรอบนี้ มาจากรายงานดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่เผยออกมาเมื่อวานนี้ โดย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ดุลการค้าเดือนมิถุนายน ขาดดุลเพียง 8.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดดุลถึง 9.82 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ชะลอการนำเข้า เนื่องจากได้เร่งนำเข้าสินค้าไปก่อนหน้านี้แล้วในไตรมาส 1 เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากร ผลที่ตามมาคือ นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มปรับประมาณการ GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ ว่าอาจเติบโตได้ถึง 2.4% เทียบกับการหดตัว -0.5% ในไตรมาสแรก นอกจากนี้ นักลงทุนยังคาดหวังตัวเลขสำคัญที่จะประกาศคืนนี้ ไม่ว่าจะเป็น การจ้างงานนอกภาคเกษตรจาก ADP หรือ GDP ไตรมาส 2 (ประมาณการครั้งที่ 1) ที่จะมีผลต่อมุมมองเศรษฐกิจโดยรวมในไตรมาสต่อไป
อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่าง สหรัฐฯ และจีน ที่แม้จะมีสัญญาณบวกจากการพบกันที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลง “ขยายระยะเวลาการระงับการขึ้นภาษีศุลกากร” ระหว่างกันออกไป แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเพิ่มเติม เช่น วันที่แน่นอนในการยืดเส้นตาย หรือความคืบหน้าอื่น ๆ ที่จะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ โดย นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดให้สินค้าอเมริกัน “เต็มที่ 100%” ไม่ใช่แค่ 30%-50% แบบที่ผ่านมา ซึ่งหากข้อเรียกร้องนี้ไม่ได้รับการตอบสนอง ก็มีความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะกลับมาใช้นโยบายภาษีศุลกากรที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในตลาดทองคำ ยังคงถือครองทองคำไว้ที่ระดับเดิม 956.23 ตัน สะท้อนว่ายังไม่มีแรงซื้อใหม่ที่ชัดเจนจากนักลงทุนสถาบัน จึงคาดว่าทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบรอความชัดเจนของข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหญ่คืนนี้และความคืบหน้าของนโยบายภาษีศุลกากรสหรัฐฯ