ข้อมูลจากฮั่วเซ่งเฮงรายงานว่าราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นในระยะสั้น จากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านตามข้อตกลงในตะวันออกกลาง ประกอบกับธนาคารกลางญี่ปุ่นเตรียมใช้เงินราว 34,000 ล้านดอลลาร์เข้าซื้อเงินเยนเพื่อพยุงค่าเงิน ส่งผลให้ดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าลงและเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำ ท่ามกลางแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ทรงตัวระดับ 4.60% และกองทุน SPDR ขายทองคำออก 1.14 ตัน
- ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านตามข้อตกลงตะวันออกกลาง
- ธนาคารกลางญี่ปุ่นเตรียมใช้เงินราว 34,000 ล้านดอลลาร์เข้าซื้อเงินเยนเพื่อพยุงค่าเงินที่อ่อนค่า
- ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY ยืนเหนือระดับ 99 หน่วย และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทรงตัวที่ 4.60% ตามดัชนี PMI ภาคการผลิต ISM
กองทุน SPDR เทขายทองคำสุทธิ 1.14 ตัน สะท้อนการปรับพอร์ตในระยะนี้
วิเคราะห์ปัจจัยต่างประเทศที่ส่งผลต่อทิศทางราคาทองคำ
สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกเวลานี้เผชิญกับแรงขับเคลื่อนรอบด้าน ทั้งจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินระหว่างประเทศ การที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายลงจากข้อตกลงระงับการโจมตี ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเชิงโครงสร้าง ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางญี่ปุ่นในการเตรียมเม็ดเงินราว 34,000 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าแทรกแซงและพยุงค่าเงินเยน ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง และช่วยพยุงราคาทองคำให้ยังคงมีความน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ในฝั่งของสหรัฐอเมริกา ตัวเลขทางเศรษฐกิจยังคงส่งสัญญาณความแข็งแกร่ง โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ หรือ ISM ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์และตัวเลขครั้งก่อนคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับ 4.60% และดัชนีเงินดอลลาร์สามารถยืนเหนือระดับ 99 หน่วยได้อย่างแข็งแกร่ง ปัจจัยเหล่านี้สร้างแรงกดดันในเชิงจำกัดต่อการปรับขึ้นของราคาทองคำ ทำให้ภาพรวมตลาดยังคงมีความผันผวนสูง
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของนักลงทุนสถาบันอย่างกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนทองคำแท่งขนาดใหญ่ ได้สะท้อนมุมมองระยะสั้นผ่านการเทขายทองคำออกมา 1.14 ตัน แสดงให้เห็นถึงการบริหารความเสี่ยงและการปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงิน นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อหรือขายทำกำไรจึงจำเป็นต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความคืบหน้าของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเข้าลงทุน
สรุปแนวโน้มราคาทองคำและการวางกลยุทธ์ลงทุน
ทิศทางราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวตอบรับกับปัจจัยหักล้างระหว่างราคาน้ำมันและค่าเงินเยนที่ช่วยพยุงตลาด กับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และตัวเลขภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง การติดตามรายงานวิเคราะห์จากฮั่วเซ่งเฮงจะช่วยให้เห็นกรอบแนวรับแนวต้านที่ชัดเจนเพื่อใช้บริหารความเสี่ยงในการลงทุนทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ