วิเคราะห์ราคาทองคำพุ่งรับดอลลาร์อ่อน ทรัมป์ลดความตึงเครียดกรีนแลนด์
ราคาทองคำพุ่งรับดอลลาร์อ่อนค่าและบอนด์ยีลด์ร่วง ขณะที่ทรัมป์ยืนยันไม่ยึดกรีนแลนด์ด้วยกำลังและงดขึ้นภาษี EU ส่งสัญญาณราคาทองพักตัวก่อนไปต่อ
ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นกว่า 70.43 ดอลลาร์ รับอานิสงส์จากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ขณะที่ปัจจัยการเมืองโลกเริ่มคลายตัวหลังประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณประนีประนอมกับกลุ่มประเทศยุโรปและ NATO ในประเด็นกรีนแลนด์ โดยมีประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามดังนี้:
- ปัจจัยหนุน: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวระดับต่ำ และบอนด์ยีลด์ 10 ปี ร่วงสู่ 4.24%
- การเมืองโลก: ทรัมป์ยันไม่ใช้กำลังยึดกรีนแลนด์ และยกเลิกแผนขึ้นภาษีศุลกากร 8 ประเทศยุโรป
- คาดการณ์อนาคต: LBMA มองเป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองไกลถึง 7,150 ดอลลาร์
- แรงขายทำกำไร: กองทุน SPDR เทขายทองคำ 4 ตัน ลดการถือครองสุทธิเหลือ 1,077.66 ตัน
วิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำและนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ที่มีต่อตลาดโลก
สถานการณ์ราคาทองคำโลกในขณะนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความผันผวนของค่าเงินและนโยบายเศรษฐกิจระดับมหภาค แม้จะมีแรงกดดันจากการที่กองทุนทองคำรายใหญ่อย่าง SPDR เริ่มระบายสินทรัพย์ออกมาบ้าง แต่ความเชื่อมั่นในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง เห็นได้จากบทวิเคราะห์ของจูเลีย ดู จาก ICBC Standard Bank ที่ประเมินว่าทองคำมีโอกาสทะยานขึ้นไปได้สูงมากหากปัจจัยพื้นฐานยังเอื้ออำนวย โดยมองว่าการพักตัวในช่วงสั้นๆ นี้เป็นเพียงจังหวะก่อนที่จะปรับตัวขึ้นต่อตามกรอบแนวโน้มหลัก
ในส่วนของปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาโพสต์ผ่าน Truth Social ถึงข้อตกลงร่วมกับเลขาธิการ NATO เกี่ยวกับกรีนแลนด์ ช่วยลดความกังวลเรื่องสงครามการค้าและการใช้กำลังทหารลงอย่างมาก การตัดสินใจงดเก็บภาษีศุลกากรจากกลุ่มประเทศ EU ที่เดิมจะเริ่มในวันที่ 1 ก.พ. นี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้ตลาดลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำลงบางส่วน และหันมาจับตาดูการเจรจาในรายละเอียดของกรอบความร่วมมือในภูมิภาคอาร์กติกแทน
สรุปภาพรวมในฐานะนักลงทุน ช่วงเวลานี้ทองคำกำลังอยู่ในช่วงปรับสมดุลราคาหลังจากพุ่งรับข่าวร้ายมาอย่างต่อเนื่อง การที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปคลี่คลายลงอาจทำให้ราคาเกิดการพักตัวในกรอบแคบ อย่างไรก็ตาม ด้วยเป้าหมายที่สถาบันการเงินระดับโลกวางไว้ค่อนข้างสูง นักลงทุนควรใช้จังหวะที่ราคาย่อตัวในการพิจารณาสะสมเพิ่มเพื่อเป้าหมายในระยะยาวตามทิศทางเศรษฐกิจโลก