ข้อมูลจาก ฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng) ระบุว่า ภาพรวมราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวทรงตัวในกรอบแคบ โดยได้รับแรงกดดันสำคัญจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
- ปัจจัยกดดัน: ดัชนีเงินดอลลาร์ฟื้นตัวสู่ระดับ 99.25 หน่วย และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นแตะ 4.22% หลังตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ออกมาตามคาด
- แนวรับสำคัญ: ราคาทองโลกลงไปทดสอบแนวรับที่ 5,120 ดอลลาร์ และมีจุดตัดสินใจถัดไปที่ 5,100 ดอลลาร์
- แนวต้านระยะสั้น: คาดการณ์การฟื้นตัวกลับไปทดสอบที่ระดับ 5,200 ดอลลาร์
- แรงหนุนจากกองทุน: SPDR Gold Trust เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 3.72 ตัน รวมถือครองสุทธิ 1,077.28 ตัน
- ปัจจัยบวก (Safe Haven): ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นก่อนการเดินทางเยือนจีนของทรัมป์ในวันที่ 31 มี.ค. นี้
เจาะลึกปัจจัยเศรษฐกิจที่มีผลต่อราคาทองคำ
สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลงในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากกระบวนการส่งผ่านต้นทุน (Pass-through) ที่ยังคงอยู่ แม้ระดับภาษีศุลกากรจะเริ่มคงที่ แต่ต้นทุนปัจจัยการผลิตที่ยังสูงทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักเศรษฐศาสตร์จาก Santander U.S. Capital Markets มองว่าสภาวะนี้อาจลากยาวไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ
อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำยังได้รับแรงพยุงจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความไม่พอใจของรัฐบาลจีนต่อการวางแผนการเยือนของสหรัฐฯ ที่ล่าช้าและไม่เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ (State Visit) ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้อาจผลักดันให้ทองคำถูกเลือกเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้นเพื่อกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างสองมหาอำนาจ
สำหรับคืนนี้ นักลงทุนควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในเวลา 19.30 น. ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดุลการค้าเดือน ม.ค. ซึ่งหากตัวเลขออกมาดีกว่าคาด อาจยิ่งส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและกดดันราคาทองคำให้ลงไปทดสอบแนวรับสำคัญอีกครั้ง
แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุนราคาทองโลก
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำโลกมีการฟื้นตัวระยะสั้นหลังจากทดสอบแนวรับ 5,120 ดอลลาร์ ทำให้ประเมินได้ว่าในระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 5,200 ดอลลาร์ แต่การปรับตัวขึ้นครั้งนี้อาจเป็นการดีดตัวเพื่อลงต่อ (Technical Rebound) หากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามาเสริมอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ “จุดเปลี่ยนเทรนด์” หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวรับถัดไปที่ 5,100 ดอลลาร์ได้ จะถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าทองคำอาจเข้าสู่รอบการปรับฐานลงอย่างต่อเนื่อง การวางแผนเข้าซื้อในจังหวะย่อตัวหรือการตั้งจุดตัดขาดทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวนจากตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวการเมืองโลกเช่นนี้