ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำและบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นจากการอ่อนค่าของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) หลังจากผลการประชุม FOMC มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50 – 3.75% เพื่อรอประเมินข้อมูลเงินเฟ้อ CPI เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม แม้ภาวะเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลง แต่ความไม่แน่นอนจากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางการลงทุน
- มติอัตราดอกเบี้ย FOMC: คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50 – 3.75% โดยมีกรรมการคัดค้าน 3 ท่านที่เสนอให้ปรับขึ้น 0.25%
- ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ: CPI เดือนมิถุนายนลดลงเหลือ 3.5% จากระดับ 4.2% ในเดือนพฤษภาคม
- การเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR: เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 0.57 ตัน เข้าสู่พอร์ตการลงทุน
- กรอบแนวรับ-แนวต้านทองคำโลก: ให้แนวต้านสำคัญที่ 4,100 ดอลลาร์ และแนวรับที่ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์
วิเคราะห์ปัจจัยกดดันและหนุน ราคาทองคำ หลังประชุม FOMC
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ นายเควิน วอร์ช เน้นย้ำว่าแม้จะมีการตรึงอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ แต่หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาร้อนแรงขึ้น เฟดพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันที โดยเสียงคัดค้านจากคณะกรรมการถึง 3 ท่านที่ต้องการให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยสะท้อนว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังไม่หมดไป ด้านนักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ประเมินว่าการประชุม FOMC ในเดือนกันยายนนี้ มีโอกาสสูงที่เฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นปัจจัยแทรกซ้อนที่ต้องระวัง ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ขยายการโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ยิงขีปนาวุธใส่กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แม้ระบบ CENTCOM จะสามารถสกัดการโจมตีไว้ได้ทั้งหมด แต่ความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะยืดเยื้ออาจกลายเป็นชนวนกระตุ้นเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบที่กดดันราคาทองคำ
ในฝั่งของการลงทุนระยะสั้น ดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงชั่วคราวช่วยให้ ราคาทองคำ สามารถฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำยังคงมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรวางแผนเก็งกำไรอย่างระมัดระวังตามกรอบการย่อตัว และบริหารความเสี่ยงหากราคาปรับตัวหลุดแนวรับสำคัญ
| ปัจจัยสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล | ผลกระทบต่อราคาทองคำ |
| มติอัตราดอกเบี้ย เฟด | คงอัตราดอกเบี้ย 3.50 – 3.75% | หนุนราคาทองคำระยะสั้น |
| ความตึงเครียด สหรัฐฯ-อิหร่าน | ราคาน้ำมันดิบพุ่งจากความเสี่ยงสงคราม | กดดันผ่านแนวโน้มเงินเฟ้อทรงตัวสูง |
| แรงซื้อกองทุน SPDR | ซื้อทองคำเพิ่ม 0.57 ตัน | สะท้อนแรงสะสมของนักลงทุนรายใหญ่ |
สรุปแนวโน้ม ราคาทองคำ และกลยุทธ์การลงทุน
ทิศทาง ราคาทองคำ ในระยะสั้นได้รับอานิสงส์จากการชะลอตัวของเงินเฟ้อ CPI และการคงอัตราดอกเบี้ยของเฟด แต่ยังมีแรงกดดันจากโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน รวมถึงความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อาจดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น การวางกลยุทธ์ลงทุนควรเน้นตั้งรับตามกรอบแนวรับ 4,050 ดอลลาร์ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,100 ดอลลาร์ พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,020 ดอลลาร์