ข้อมูลล่าสุดจาก CME FedWatch Tool และถ้อยแถลงของ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่าราคาทองคำเริ่มทรงตัวในกรอบแคบหลังจากดัชนีดอลลาร์ (DXY) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เริ่มนิ่งอยู่ที่ระดับ 99.82 หน่วย และ 4.22% ตามลำดับ ประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดทองคำมีดังนี้
- ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 99.1% ในการประชุมรอบล่าสุด
- แรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลงชั่วคราวหลังสหรัฐฯ อนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
- กองทุนทองคำโลก SPDR Gold Shares เทขายทองคำออก 0.86 ตัน เหลือยอดถือครองสุทธิ 1,070.71 ตัน
- ความไม่แน่นอนของการประชุมซัมมิตระหว่าง ทรัมป์-สี จิ้นผิง ที่อาจเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิมช่วงปลายเดือนมีนาคม
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองและปัจจัยเศรษฐกิจที่ต้องจับตา
ราคาทองคำโลกมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลังจากขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 5,035 ดอลลาร์ แต่ไม่สามารถยืนระยะได้จึงเกิดแรงเทขายทำกำไรออกมา ปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อคือการที่สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรนมาตรการในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มเพียงพอและช่วยลดความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงก่อนหน้านี้ เมื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลาย ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจึงถูกลดความน่าสนใจลงชั่วคราว
ในเชิงเทคนิคประเมินว่าราคามีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับแรกที่ 4,960 ดอลลาร์ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจเห็นการฟื้นตัวกลับขึ้นมาในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือหากราคาทิ้งตัวหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,940 ดอลลาร์ จะถือเป็นสัญญาณของการปรับฐานใหญ่ที่อาจลากยาวต่อเนื่อง นักลงทุนควรติดตามการประกาศยอดขายบ้านที่รอการปิดการขาย (Pending Home Sales) ของสหรัฐฯ ในคืนนี้เวลา 21.00 น. ประกอบการตัดสินใจ
นอกจากตัวเลขเศรษฐกิจรายวันแล้ว ประเด็นที่ทรงอิทธิพลที่สุดต่อราคาทองคำในสัปดาห์นี้คือ ท่าทีของนายพาวเวล ประธานเฟด ต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคต รวมถึงการเปิดเผยรายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจหรือ Dot Plot ซึ่งจะระบุทิศทางดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี หากเฟดส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยยาวนานกว่าที่ตลาดคาด จะเป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลงได้อีก
สรุปสถานการณ์ทองคำ
ราคาทองคำอยู่ในช่วงพักฐานหลังจากติดแนวต้านสำคัญ โดยมีปัจจัยกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและนโยบายด้านพลังงานของสหรัฐฯ ที่ช่วยผ่อนคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แนวรับสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ 4,960 และ 4,940 ดอลลาร์ หากหลุดกรอบนี้อาจเห็นการปรับตัวลงแรง