รายงานข่าวเศรษฐกิจจากสำนักงานอินโฟเควสท์ระบุว่า ทิศทางราคาทองคำโลกมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการแข็งค่าของดัชนีเงินดอลลาร์และการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการถือครองทองคำในตลาดโลก ภาพรวมตลาดในขณะนี้ถูกกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน ดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน กดดันราคาทองคำให้ปรับฐานลง
- วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงตึงเครียด หลังอิหร่านขู่ตอบโต้อิสราเอลและสหรัฐฯ หากโครงสร้างพื้นฐานถูกโจมตี
- ยอดค้าปลีกทั่วไปพื้นฐานของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าครั้งก่อน สะท้อนความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ
- กองทุนทองคำขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง SPDR ชะลอการซื้อขายโดยเลือกที่จะถือครองทองคำเท่าเดิม
ปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบ ทิศทางราคาทองคำ
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังจากอิหร่านออกโรงเตือนว่าพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นแดงที่ห้ามรุกล้ำ พร้อมส่งสัญญาณว่าหากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของตน ทางอิหร่านก็พร้อมที่จะโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกลับทันที ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความเสี่ยงที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนอาจทำการปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นประตูสำคัญสู่ทะเลแดง
การขยายวงกว้างของความขัดแย้งในเส้นทางขนส่งพลังงานหลักเหล่านี้ เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสดีดตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น สิ่งที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือภาวะเงินเฟ้อโลกที่กลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ตามที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้
แม้ว่าตัวเลขยอดค้าปลีกทั่วไปพื้นฐานของสหรัฐฯ ล่าสุดจะประกาศออกมาน้อยกว่าครั้งก่อน ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจภายในที่เริ่มชะลอตัวและควรจะเป็นปัจจัยบวกที่หนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เมื่อเจอกับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ในระยะสั้น ประกอบกับท่าทีของกองทุนรายใหญ่อย่าง SPDR ที่เลือกถือครองทองคำเท่าเดิมไม่ได้เข้าซื้อเพิ่ม ยิ่งทำให้นักลงทุนในตลาดเลือกที่จะชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูความชัดเจน ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศและต่างประเทศยังคงอยู่ในช่วงปรับฐานและผันผวนสูง
ทิศทางราคาทองคำในระยะนี้จึงเป็นการหักล้างกันระหว่างปัจจัยกดดันจากการฟื้นตัวของดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ กับปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงสงครามที่อาจดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น นักลงทุนที่ต้องการซื้อทองคำช่วงนี้จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม