ข้อมูลจาก Sanook และบทวิเคราะห์สถาบันการเงินชั้นนำ ระบุว่า แนวโน้มราคาทองคำ ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากได้รับแรงกดดันรอบด้านจากดอลลาร์สหรัฐที่กลับมาแข็งค่า รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น แม้ว่าจะมีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางก็ตาม
ตัวเลขและปัจจัยสำคัญที่กระทบตลาดทองคำในขณะนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY): แข็งค่าขึ้นและยืนเหนือระดับ 101 หน่วยได้อย่างแข็งแกร่ง กดดันให้สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำมีความน่าสนใจลดลง
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี (US Bond Yield): ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดที่ 4.71% ทำให้ต้นทุนโอกาสในการถือครองทองคำสูงขึ้น
- ราคาน้ำมันดิบโลก: ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง
- แรงซื้อจากกองทุนใหญ่: กองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำใหญ่ที่สุดในโลก ยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่มอีก 1.43 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงเก็บทองคำเข้าพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง
วิเคราะห์ปัจจัยสงครามตะวันออกกลางและแรงกดดันต่อราคาทองคำ
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมาก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เตือนว่า หากกลุ่มกบฏฮูตียังคงเดินหน้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบบับ เอล-มันเดบ และทะเลแดงอีก ทางสหรัฐฯ พร้อมจะเปิดฉากตอบโต้และโจมตีทั้งกลุ่มฮูตีและประเทศอิหร่านอย่างหนักหน่วง คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในพื้นที่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มักเป็นปัจจัยหนุนสินทรัพย์ปลอดภัย แต่วิกฤตครั้งนี้กลับสร้างผลกระทบข้างเคียงที่ย้อนกลับมากดดันราคาทองคำ เนื่องจากการสู้รบในเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวพุ่งสูงขึ้นทันที ความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในอนาคตมีแนวโน้มจะกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง
เมื่อแนวโน้มเงินเฟ้อมีทิศทางสูงขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จึงมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้นานขึ้น หรืออาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำและหันไปถือครองเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
| ปัจจัยตลาด | สถานะปัจจุบัน | ผลกระทบต่อราคาทองคำ |
| ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) | แข็งค่าเหนือ 101 หน่วย | ลบ (กดดันราคาลง) |
| บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี | พุ่งแตะ 4.71% | ลบ (กดดันราคาลง) |
| ราคาน้ำมันดิบ (Brent/WTI) | ยืนเหนือ $100 / $90 | ลบ (ดันเงินเฟ้อและคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed) |
| แรงซื้อกองทุน SPDR | ซื้อเพิ่ม 1.43 ตัน | บวก (ช่วยพยุงฐานราคา) |
สรุปแนวโน้มราคาทองคำและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
ภาพรวม แนวโน้มราคาทองคำ ในช่วงนี้ยังคงอยู่ในสภาวะผันผวนและเผชิญแรงกดดันทางเทคนิคอย่างหนัก แรงหนุนจากความเสี่ยงด้านสงครามถูกบดบังด้วยความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในทองคำ แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อเพื่อดูทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและท่าทีของ Fed รวมถึงติดตามตัวเลขเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุน