ข้อมูลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กและรายงานการลงทุนระบุว่า ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากการที่กองทุน SPDR Gold Shares เทขายทองคำออก 2.57 ตัน ประกอบกับมุมมองเชิงนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ที่ยังคงมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือนตุลาคมนี้ ตามเครื่องมือ FedWatch Tool
- กองทุน SPDR Gold Trust ปรับลดการถือครองทองคำลง 2.57 ตัน สะท้อนแรงขายทำกำไรระยะสั้น
- มุมมองดอกเบี้ยเฟดจาก CME Group FedWatch Tool ยังคงน้ำหนักกว่า 50% ว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม
- ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เข้าลงทุนในกองทุน SPDR Gold Shares มูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการหวนกลับมาลงทุนในสินทรัพย์อิงทองคำครั้งแรกในรอบ 13 ปี
แรงกดดันจากนโยบายการเงินและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ทิศทางของตลาดทองคำในปัจจุบันกำลังเผชิญปัจจัยลบจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ แม้ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิตหรือ PPI ของสหรัฐฯ จะออกมาทรงตัวหรือต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ตลาดรอดูท่าทีความเข้มงวดด้านอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์มีความเสี่ยงสูงขึ้น หลังจากนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่ากองทุนและกองทัพสหรัฐฯ สามารถคงการปิดล้อมอิหร่านได้อย่างไม่มีกำหนด สอดคล้องกับฝั่งกองทัพอิหร่านที่ประกาศคุมเข้มเส้นทางเดินเรือผ่าน ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าวิกฤตพลังงานและภาวะเงินเฟ้ออาจกลับมาปะทุ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์ปลอดภัยในบางมิติ
สัญญาณบวกจากการกลับเข้าสะสมทองคำของสถาบันการเงินใหญ่
แม้จะมีแรงกดดันด้านอุปทานจากกองทุนขนาดใหญ่ แต่ในฝั่งของสถาบันการเงินระดับประเทศเริ่มมีมุมมองเชิงบวกต่อการถือครองสินทรัพย์สำรองระยะยาว โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC ระบุว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้เข้าถือครองหน่วยลงทุน SPDR Gold Shares มูลค่าราว 250 ล้านดอลลาร์ การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 ที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ไม่ได้เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและพยุงมุมมองการลงทุนในระยะกลางถึงยาวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
บทสรุปและแนวโน้มการลงทุนทองคำ
ภาพรวมราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวด้วยความผันผวนภายใต้แรงฉุดจากปริมาณการขายของกองทุน SPDR และความกังวลเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงความเสี่ยงด้านพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม แรงซื้อและการกลับมาถือครองกองทุนทองคำของธนาคารกลางเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์กลุ่มนี้ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายความเสี่ยง นักลงทุนควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจ