ข้อมูลจากเว็บไซต์ Sanook Money ได้สรุปความเคลื่อนไหวสำคัญของ แนวโน้มราคาทองคำ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันสลับปัจจัยหนุน โดยมีข้อมูลเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นยืนเหนือระดับ 99.0 หน่วย รับข่าวตัวเลขดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) สหรัฐฯ ที่สูงขึ้น
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี และ 30 ปี ฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น กดดันราคาทองคำ
- กองทุนทองคำรายใหญ่ SPDR มีรายงานการขายทองคำออก 2.85 ตัน สะท้อนการชะลอแรงซื้อของนักลงทุนสถาบัน
- สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซมีสัญญาณบวก จากความคืบหน้าการเจรจาลดความตึงเครียดทางเรือระหว่างปากีสถาน อิหร่าน และโอมาน
ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ กดดัน แนวโน้มราคาทองคำ ระยะสั้น
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกได้รับแรงกดดันหลักมาจากฝั่งสหรัฐฯ หลังจากมีการประกาศตัวเลขดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐานและทั่วไปเทียบรายเดือนที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าครั้งก่อน ประกอบกับตัวเลขตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ยังคงประกาศออกมาในลักษณะทรงตัว
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนในตลาดเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูงอาจเป็นตัวเร่งให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตรวจสอบการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้น หรือมีความเสี่ยงที่อาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้ออีกครั้ง ซึ่งการคงดอกเบี้ยสูงและดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเหนือ 99.0 หน่วย ถือเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ
นอกจากนี้ การฟื้นตัวระยะสั้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งรุ่นอายุ 10 ปี และ 30 ปี ยังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนออกจากตลาดทองคำ ส่งผลให้กองทุน ETF ทองคำขนาดใหญ่อย่าง SPDR ตัดสินใจขายทองคำออกมารวม 2.85 ตันเพื่อลดความเสี่ยง