วิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำล่าสุด มีการปรับตัวลดลงตามกลไกตลาดเงินต่างประเทศ โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ฟื้นตัวขึ้น ควบคู่กับสายตาของนักลงทุนทั่วโลกที่กำลังจับตาการส่งสัญญาณนโยบายการเงินครั้งสำคัญ
- ดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์พุ่ง: ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวเหนือ 99.0 หน่วย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4.676% เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ
- แรงหนุนสายเหยี่ยวจากเฟด: เบธ แฮมแม็ก (Beth Hammack) ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ยืนยันจุดยืนสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงอยู่ห่างไกลจากเป้าหมาย 2%
- คาดการณ์ตลาด (CME FedWatch Tool): นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคาดว่าเฟดอาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยและคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในรอบการประชุมเดือนกันยายนและตุลาคม แม้ตัวเลขการบริโภคและสวัสดิการว่างงานจะออกมาเป็นลบต่อราคาทองคำ
- ปัจจัยบวกประคองราคา: กองทุน SPDR Gold Trust เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 1.14 ตัน ช่วยลดแรงแรงเทขายในระยะสั้น
ราคาทองคำย่อตัว ดอลลาร์แข็งค่ากดดันตลาดระยะสั้น
โครงสร้างการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะนี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแข็งค่าของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่สามารถยืนเหนือระดับ 99.0 หน่วยได้อย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สองสู่ 4.676% จากระดับ 4.633% การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยอย่างทองคำมีความน่าสนใจลดลงในสายตานักลงทุนสถาบัน
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงดันจากถ้อยแถลงของ เบธ แฮมแม็ก ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งมีสิทธิ์โหวตอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2026 โดยระบุอย่างชัดเจนว่าระดับเงินเฟ้อปัจจุบันยังสูงกว่าเป้าหมายมาก และพร้อมสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากตัวเลขเศรษฐกิจยังไม่ชะลอตัวลงตามแผน