ข้อมูลจาก Sanook ได้รายงานถึงสภาวะตลาดทองคำโลกล่าสุดว่ากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก จากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐและการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สรุปปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในปัจจุบัน มีดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง: เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 99.67 หน่วย จากเดิม 98.92 หน่วย ส่งผลให้ราคาทองคำมีความน่าสนใจลดลงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) 10 ปี พุ่งสูง: ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 สู่ระดับ 4.73% จาก 4.63% กดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ
- สัญญาณนโยบายการเงินจาก Jackson Hole: นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ย้ำความสำคัญสูงสุดในการควบคุมเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย 2%
- คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น: CME FedWatch Tool ปรับเพิ่มโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน เป็น 56.9% จากเดิม 35.4%
- แรงขายจากกองทุนทองคำขนาดใหญ่: กองทุน SPDR เทขายทองคำออกมากว่า 4.85 ตัน ภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา
แรงกดดันราคาทองคำ หลัง Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดนโยบายการเงิน
การส่งสัญญาณของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีที่ Jackson Hole สะท้อนชัดเจนว่า Fed มองสภาวะทางการเงินในปัจจุบันอาจยังไม่เข้มงวดมากพอที่จะชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ หากอัตราเงินเฟ้อยังไม่ปรับตัวลงเข้าสู่เป้าหมาย 2% อย่างรวดเร็วและชัดเจน Fed พร้อมที่จะพิจารณาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นต่อไป
แม้คำกล่าวของประธาน Fed จะไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนทันที แต่การเปิดกว้างต่อตัวเลือกนโยบายดังกล่าว ทำให้ตลาดเงินและตลาดทุนกลับมาเพิ่มน้ำหนักให้กับคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงทองคำเกิดแรงถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้