ข้อมูลจาก Sanook รายงานว่า ภาพการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกในช่วงต้นสัปดาห์มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุว่ารัสเซียและยูเครนได้บรรลุข้อตกลงพักรบด้านพลังงานที่มีผลในทันที ซึ่งคาดว่าจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนอุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต่างๆ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว
วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อราคาทองคำ
แม้จะมีข่าวดีเรื่องการพักรบด้านพลังงาน แต่ฝั่งผู้นำยูเครนอย่าง โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ยังคงรอรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าพร้อมหนุนการหยุดยิงหากรัสเซียปฏิบัติตามจริง ขณะเดียวกัน ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยและพลังงานยังคงเผชิญความเสี่ยงจากฝั่งตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ดังนี้
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง: กลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตีสนามบินในกรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย และมีรายงานโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
- แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ: ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องอุปทาน กลายเป็นปัจจัยหนุนเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ
นอกจากประเด็นด้านพลังงานและสงครามแล้ว ปากีสถานยังได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา จากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างรัฐบาลกลางและฝ่ายค้าน ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองในระดับภูมิภาค และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนในระยะถัดไป
สรุปแล้ว ราคาทองคำในระยะนี้ยังคงได้รับแรงหนุนและมีความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งข่าวดีเรื่องข้อตกลงพลังงานระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และความเสี่ยงระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง นักลงทุนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ