Sanook รายงานภาพรวมตลาดทองคำล่าสุด ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลง 10.2 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ระดับ 4,161 ดอลลาร์ โดยยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียเดินหน้าปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ในเยเมนจากกลุ่มกบฏ ประกอบกับเหตุโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย
ขณะเดียวกันปัจจัยทางฝั่งสหรัฐฯ ก็มีส่วนทิศทางตลาดเช่นกัน โดย จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้ออกมาส่งสัญญาณว่า เฟดอาจพิจารณาชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า แต่สำหรับภาพรวมในปีนี้มองว่ายังมีความเหมาะสมที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน และคาดว่าจะเข้าใกล้เป้าหมายที่ระดับ 2% ได้ในปีหน้า
- ราคาทองโลก: ปรับลง 10.2 ดอลลาร์ ปิดที่ 4,161 ดอลลาร์
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์: พุ่งเกิน 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย
- ทิศทางดอกเบี้ยเฟด: มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ก่อนเริ่มชะลอการขึ้นในปีหน้า
- สถานะกองทุน: SPDR มีการเทขายทองคำออก 1.21 ตัน
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและปัจจัยหนุนในระยะถัดไป
เมื่อแรงกดดันจากนโยบายภาษีศุลกากรและราคาพลังงานที่เคยพุ่งสูงเริ่มคลี่คลายลง ร่วมกับสัญญาณการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาที่เกิดขึ้นจากการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ในฝั่งของนักลงทุนรายใหญ่อย่างกองทุน SPDR ล่าสุดได้มีรายงานการปรับลดการถือครอง โดยขายทองคำออกมาอีก 1.21 ตัน
สรุปได้ว่า แม้ราคาทองคำจะได้รับแรงกดดันในระยะสั้นจากทิศทางดอกเบี้ยและแรงขายจากกองทุนใหญ่ แต่ปัจจัยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางเงินเฟ้อที่เริ่มนิ่ง จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป