ข้อมูลล่าสุดจากสำนักข่าวซินหัวและรายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นทันที หลังจากนายอาลี ชัมคานี ที่ปรึกษาอาวุโสผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศว่าศักยภาพด้านขีปนาวุธคือ “เส้นแดง” ที่ห้ามต่อรอง และหากถูกโจมตีทางทหารจะถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ทองคำกลายเป็นเป้าหมายหลักในการพักเงินเพื่อความปลอดภัย
สรุปปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำ
- วิกฤตเลิกจ้างพุ่งสูง: รายงานจาก Challenger, Gray & Christmas เผยยอดเลิกจ้างเดือนมกราคม 2026 แตะ 108,435 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นถึง 118% เมื่อเทียบรายปี และพุ่งขึ้น 205% จากเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
- นโยบายดอกเบี้ยเฟด: ตลาด CME FedWatch ปรับคาดการณ์ขึ้นเป็น 94.6% ว่าเฟดจะเลือก “คงดอกเบี้ย” ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC เดือนมีนาคมนี้
- แรงซื้อจากสถาบัน: กองทุนทองคำโลก SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 2.0 ตัน ทำให้ยอดถือครองรวมสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,081.32 ตัน
- ค่าเงินและบอนด์ยีลด์: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) เริ่มทรงตัวที่ 96.90 หน่วย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 4.17% หลังจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรยังคงมีความแข็งแกร่งในบางส่วน
วิเคราะห์ผลกระทบสงครามและตลาดแรงงานต่อราคาทองคำ
สถานการณ์ในตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะเปราะบางอย่างยิ่ง เมื่ออิหร่านยืนกรานไม่เจรจาเรื่องคลังแสงขีปนาวุธ ซึ่งเป็นจุดที่สหรัฐฯ และอิสราเอลให้ความสำคัญ ความร้อนแรงทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ส่งผลให้ราคาทองคำโลกสามารถยืนระยะในกรอบแนวรับสำคัญได้แข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกกังวลว่าการเผชิญหน้าทางทหารอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแดงที่วางไว้
ขณะเดียวกัน ภาคการจ้างงานของสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณย้อนแย้ง แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะดูแข็งแกร่ง แต่รายงานการปลดพนักงานกว่า 1 แสนตำแหน่งในเดือนเดียว โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนส่งและเทคโนโลยี สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการนำ AI มาใช้แทนแรงงานคน สภาวะเช่นนี้ทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯ มีความผันผวนสูง และเป็นตัวเร่งให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยง
สำหรับการเคลื่อนไหวของกองทุนขนาดใหญ่อย่าง SPDR ที่เข้าสะสมทองคำเพิ่มท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ย เป็นสัญญาณบ่งบอกว่านักลงทุนสถาบันกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับ “ภาวะชะงักงัน” ของเศรษฐกิจ แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะขยับขึ้นบ้างในระยะสั้น แต่แรงกดดันจากปัญหาหนี้สินและการเลิกจ้างงานจะเป็นปัจจัยที่จำกัดการปรับตัวลงของราคาทองคำในระยะยาว
สรุปภาพรวมเพื่อการตัดสินใจ
แนวโน้มราคาทอง เป็นขาขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงทางสงครามและตัวเลขการเลิกจ้างงานที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 นักลงทุนควรติดตามการประชุม FOMC ในเดือนมีนาคมอย่างใกล้ชิด เพราะหากเฟดเลือกคงดอกเบี้ยตามคาดการณ์ 94.6% จะเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองคำไม่ให้ปรับตัวลงแรง แม้ดอลลาร์จะพยายามแข็งค่าขึ้นชั่วคราวก็ตาม