ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดระบุว่า ราคาทองคำ ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวเพื่อสร้างฐานในกรอบแนวรับสำคัญ หลังจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เริ่มนิ่งอยู่ที่ระดับ 98.51 หน่วย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทรงตัวที่ระดับ 4.30% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองในช่วงที่ผ่านมา
สรุปภาพรวมตลาดทองคำที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ
- ราคาทองโลก มีแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,674 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่มีแรงซื้อกลับอย่างมีนัยสำคัญ
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (U.Mich) เดือนเมษายนพุ่งสูงถึง 49.8 หน่วย สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาด
- กองทุน SPDR เทขายทองคำออกมา 14.0 ตันในสัปดาห์ก่อน ทำให้ปัจจุบันถือครองสุทธิที่ 1,046.62 ตัน
- สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ยังมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะการยกเลิกการเดินทางของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ไปยังปากีสถานเพื่อหารือสันติภาพกับอิหร่าน
ปัจจัยกดดันและแรงหนุนต่อราคาทองคำในระยะสั้น
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม แม้จะมีการขยายเวลาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนออกไปอีก 3 สัปดาห์ แต่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมามีความไม่แน่นอนอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์สั่งยกเลิกคณะผู้แทนพิเศษที่จะไปเจรจาสันติภาพ ณ กรุงอิสลามาบัต ประเด็นนี้อาจกลายเป็นแรงหนุนให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหากมีความรุนแรงเกิดขึ้นในอนาคต
ทางด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ยังคงรักษาฐานที่มั่นไว้ได้ การที่ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้จ่ายท่ามกลางสภาวะสงคราม เป็นการตอกย้ำว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจไม่จำเป็นต้องรีบลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงที่ทำให้ราคาทองคำไม่สามารถดีดตัวขึ้นไปได้ไกลในระยะนี้
สำหรับการเคลื่อนไหวทางเทคนิค ราคาทองโลกมีการปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,674 ดอลลาร์แล้วและเริ่มเห็นแรงรีบาวด์กลับขึ้นมา ประเมินว่าทองคำมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,730 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวลงมาปรับฐานอีกครั้ง โดยมีจุดชี้ขาดสำคัญอยู่ที่ 4,650 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้ทองคำจะเข้าสู่รอบการปรับฐานใหญ่ทันที
สรุปทิศทางราคาทองคำและการวางกลยุทธ์
ภาพรวมของ ราคาทองคำ ในขณะนี้คือการแกว่งตัวในกรอบกว้างเพื่อรอปัจจัยใหม่ นักลงทุนควรเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบแนวรับ 4,674 ดอลลาร์ และรอขายทำกำไรที่แนวต้าน 4,730 ดอลลาร์ โดยต้องระวังแรงเทขายจากกองทุน SPDR ที่อาจกดดันราคาทองโลกอย่างต่อเนื่องหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาดี