ข้อมูลจากรายงานวิเคราะห์ตลาดของฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า แนวโน้มราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน หลังโดนกดดันจากดัชนีเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สรุปปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนทองคำในรอบนี้:
- ตลาดแรงงานสหรัฐแข็งแกร่ง: ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนพฤษภาคม 2026 พุ่งสูงถึง 122,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 เดือน
- ความตึงเครียดส่อแววยืดเยื้อ: โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอาจลากยาวไปจนถึงวันแรงงานสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนกันยายน
- ราคาน้ำมันดิบดีดตัว: ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ฟื้นตัวขึ้น หลังกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ แถลงว่าการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านล้มเหลว
- กองทุนใหญ่เทขายลดเสี่ยง: กองทุน SPDR Gold Shares ปรับลดการถือครองทองคำ โดยเทขายออกมาอีก 1.14 ตัน
ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าแนวโน้มราคาทองคำ ทิศทางดอกเบี้ยเฟดยังค้างสูง
ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะสั้นได้รับผลกระทบโดยตรงจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยเฉพาะรายงานยอดจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ที่แสดงการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 เป็นต้นมา ข้อมูลนี้ทำให้นักลงทุนในตลาดการเงินกลับมากังวลว่า อัตราเงินเฟ้อที่ฝังตัวลึกและตลาดแรงงานที่ตึงตัว จะกลายเป็นแรงผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จำเป็นต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คิด หรืออาจมีความเสี่ยงที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีกในอนาคต
นอกจากประเด็นนโยบายการเงินแล้ว สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่สกัดขาขึ้นของทองคำ การที่ทำเนียบขาวส่งสัญญาณลากยาวมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ยิ่งตอกย้ำว่าความหวังเรื่องการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเร็ววันนั้นเป็นไปได้ยาก เมื่อการเจรจาเข้าสู่ภาวะชะงักงัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นทันที และกลายเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อโลกปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ในสภาวะที่เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าและบอนด์ยีลด์พุ่งสูง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยจึงเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สอดคล้องกับพฤติกรรมของกองทุนทองคำรายใหญ่ระดับโลกอย่าง SPDR ที่เลือกเทขายทองคำออกมาต่อเนื่องเพื่อโยกเงินไปเก็งกำไรในสินทรัพย์อื่น นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อทองคำแท่งในเวลานี้จึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง และควรบริหารความเสี่ยงโดยการแบ่งเงินเป็นหลายไม้เพื่อตั้งรับตามแนวรับสำคัญ
สรุป
แนวโน้มราคาทองคำ ในปัจจุบันเคลื่อนไหวในทิศทางปรับฐานลง เนื่องจากถูกกดดันจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 13 เดือน และสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านที่ส่อแววยืดเยื้อจนถึงเดือนกันยายน ภาพรวมทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟดที่อาจค้างสูง การลงทุนในทองคำช่วงนี้จึงควรเน้นเก็งกำไรระยะสั้นและรอประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด