ข้อมูลล่าสุดจากรายงานแนวโน้มราคาทองคำโดยฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการร่วงลงของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อทั้งแบบพื้นฐานและทั่วไปต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลดีต่อจิตวิทยาการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย สรุปประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- ดัชนี DXY และ Bond Yield 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ดันราคาทองโลกทะยานขึ้น
- เครื่องมือ CME FedWatch Tool ปรับลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคมลงเหลือ 15.5% จากเดิม 41.7%
- กองทุน SPDR Gold Shares กลับเข้าซื้อทองคำเพิ่ม 2.0 ตัน
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงดันราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูงขึ้น
เกาะติดแนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง กับทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำในปัจจุบัน ตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ทั้งรายเดือนและรายปีที่ประกาศออกมาต่ำกว่าครั้งก่อนหน้าและต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ชะลอตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลและปรับลดคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะเอื้อต่อการเติบโตของราคาทองคำ แต่คำแถลงนโยบายการเงินของ นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร ยังคงย้ำชัดถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนในสหรัฐฯ อย่างหนัก ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าเฟดยังพร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายได้เสมอหากตัวเลขเศรษฐกิจพลิกผัน
ในฝั่งของแรงซื้อขายระดับโลก กองทุนทองคำรายใหญ่ที่สุดอย่าง SPDR Gold Shares ได้เริ่มกลับเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นจำนวน 2.0 ตัน สัญญาณนี้สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มกลับมาสะสมทองคำในพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาที่ช่วยพยุงและหนุนให้ราคาทองคำยืนระยะในแดนบวกได้แข็งแกร่งขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่อาจพลิกโฉมทิศทางราคาทองคำได้ตลอดเวลา การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบังคับใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเป้าไปที่เรือขนส่งสินค้าและเรือน้ำมันที่เข้าออกท่าเรือของอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพการขนส่งพลังงานโลก
มาตรการปิดล้อมทางทะเลดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI ทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความยืดเยื้อของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในครั้งนี้ อาจกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์ลากยาว ย่อมบีบให้เฟดต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด หรืออาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในอนาคตเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
สภาวะตลาดทองคำในเวลานี้จึงเป็นการคานอำนาจกันระหว่าง ปัจจัยบวกจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง กับปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจดึงให้เงินเฟ้อด้านพลังงานกลับมา นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อทองคำในช่วงนี้ จึงจำเป็นต้องประเมินทั้งสองด้านนี้เพื่อกำหนดจุดเข้าซื้อและจุดขายทำกำไรอย่างรอบคอบ
สรุปแนวโน้มการลงทุน
การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำโลกในรอบนี้ได้รับแรงหนุนโดยตรงจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกรกฎาคมลดลงอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับมีแรงซื้อจากกองทุน SPDR เข้ามาสมทบ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามความเสี่ยงจากราคาน้ำมันดิบโลกและสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นปัจจัยหนุนเงินเฟ้อที่ทำให้เฟดตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น การกำหนดกลยุทธ์การเทรดแบบระยะสั้นถึงกลางจึงยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด