ข้อมูลการวิเคราะห์จาก Sanook Money ระบุว่า ราคาทองคำโลกมีการปรับตัวขึ้นหลังดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี และ 30 ปี ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ภาพรวมตลาดทองคำขณะนี้มีประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- ท่าทีธนาคารกลางสหรัฐฯ: คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด สนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อออกมาตามคาด เนื่องจากภาษีนำเข้าและราคาพลังงานยังไม่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
- ตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐฯ: เดือนกรกฎาคมพุ่งขึ้นสู่ 88,600 ล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่มีนาคม 2025 จากการนำเข้าอุปกรณ์ขยาย Data Center ของธุรกิจ AI และการกักตุนสินค้าก่อนปรับภาษี
- ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI สูงขึ้น พร้อมการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ลดลง ตลาดจึงเริ่มเพิ่มน้ำหนักโอกาสที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไป
- แรงขายจากกองทุนใหญ่: กองทุนทองคำชั้นนำ SPDR มีการขายลดการถือครองทองคำออกมา 3.14 ตัน
วิเคราะห์ปัจจัยเศรษฐกิจและทิศทางราคาทองคำ
การอ่อนตัวลงของดัชนีดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ช่วยสร้างแรงหนุนระยะสั้นให้ราคาทองคำโลกชะลอการปรับฐานลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนจากตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลมาจากทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยี AI ที่เร่งนำเข้าโครงสร้างพื้นฐาน และความกังวลต่อนโยบายกำแพงภาษีระลอกใหม่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินเกิดความผันผวนสูง
ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจกลายเป็นตัวเร่งเงินเฟ้อในอนาคต ประกอบกับการที่กองทุน SPDR ปรับลดการถือครองทองคำลง 3.14 ตัน สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันยังคงใช้ความระมัดระวังในการเข้าซื้อ ผู้ลงทุนจึงควรติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์ถัดไปอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายก่อนตัดสินใจวางแผนซื้อขาย
สรุป ราคาทองคำโลกได้รับปัจจัยบวกชั่วคราวจากการพักตัวของดัชนีดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ แต่ยังคงมีความผันผวนจากแรงขายของกองทุน SPDR และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภาพรวมราคาทองคำยังต้องรอความชัดเจนจากตัวเลขเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของเฟด