ข้อมูลจาก Sanook ได้รายงานภาพรวมตลาดการเงินที่น่าสนใจ โดยราคาทองคำโลกมีการปรับตัวลงหลุดระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี รีบาวด์ขึ้นสู่ระดับ 5.27% จากจุดต่ำสุดเดิมที่ 5.15% ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวที่ระดับ 101.92 จุด อย่างไรก็ตาม ทิศทางราคาทองคำยังมีปัจจัยหนุนรออยู่ในระยะถัดไป
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี: ฟื้นตัวแตะ 5.27% สร้างแรงกดดันชั่วคราวต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
- อัตราการว่างงานสหรัฐฯ: เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.2% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.1%
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร: ประกาศเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 89,000 ตำแหน่งอย่างมาก
- คาดการณ์นโยบายดอกเบี้ย: CME FedWatch Tool สะท้อนน้ำหนักสูงถึง 77.9% ที่เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50% ถึง 3.75% ในการประชุม FOMC วันที่ 28 ต.ค. นี้
- ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์: รัฐสภาอิหร่านอนุมัติร่างกฎหมายควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ห้ามเรือรบและเรือพาณิชย์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลผ่าน ดันความเสี่ยงราคาน้ำมันดิบ Brent ตึงตัว
- แรงซื้อจากกองทุนใหญ่: SPDR Gold Shares เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 1.14 ตัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและปัจจัยหนุนนโยบายการเงินเฟด
การชะลอตัวอย่างชัดเจนของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ผ่านตัวเลข Non-Farm Payrolls ที่เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดปรับคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยใหม่ แรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยจำกัด downside ของราคาทองคำ และเปิดโอกาสให้ราคามีแรงรีบาวด์กลับขึ้นมาได้เมื่อปัจจัยกดดันจากบอนด์ยีลด์เริ่มชะลอตัว
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจากการที่อิหร่านอนุมัติร่างกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือ และสั่งห้ามเรือของคู่ขัดแย้งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent มีความเสี่ยงตึงตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยนี้กลายเป็นแรงหนุนชั้นดีให้กับทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ภาพรวมการลงทุนในทองคำช่วงนี้เป็นการปรับฐานระยะสั้นจาก Bond Yield ที่ขยับขึ้น แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะกลางยังคงแข็งแกร่ง ทั้งจากแนวโน้มการตรึงดอกเบี้ยของเฟด ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงหนุนจากสะสมทองคำของกองทุนระดับโลกอย่าง SPDR