Sanook รายงานว่า ภาพรวมราคาทองคำเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ แม้ว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายนจะพุ่งสูงถึง 6.3% ซึ่งมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ที่ 5.3% และ Core PPI ขยับขึ้นมาที่ 5.0% ก็ตาม แต่เครื่องมือชี้วัดในตลาดยังให้น้ำหนักเพียง 29% สำหรับโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมนี้
ราคาทองคำฟื้นตัว สรุปปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
ตลาดการเงินและนักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธาน Fed ที่มีกำหนดการขึ้นเวทีเสวนาเสนอมุมมองร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF โดยประเด็นหลักจะมุ่งเน้นไปที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังตัวเลข CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน ตลาดพลังงานก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
- สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 8.5 ล้านบาร์เรล ดันราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 3%
- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ Risk Premium ทรงตัวในระดับสูง
- IEA เตรียมระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองมากกว่า 20 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยบรรเทาแรงกดดันราคาพลังงานทั่วโลก
- กองทุน SPDR ชะลอการถือครอง โดยมีรายการขายทองคำสุทธิออกมาระดับ 0.28 ตัน
สรุปได้ว่าการฟื้นตัวของราคาทองคำในครั้งนี้ เป็นผลมาจากปัจจัยการย่อตัวของ Bond Yield และดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงชั่วคราว ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ทิศทางในระยะถัดไปยังต้องรอความชัดเจนจากถ้อยแถลงของประธาน Fed เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินต่อไป