ข้อมูลจาก Sanook รายงานว่า ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ราคาทองโลกกำลังเจอแรงกดดันจนต้องย่อตัวลง เนื่องจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.14% ประกอบกับเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ปรับคาดการณ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 77.8% ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้ บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังอยู่ในโหมดเปิดรับความเสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่กลับมาฟื้นตัวหลังร่วงลงติดกันหลายวัน ส่งผลให้ความน่าสนใจในการถือครองทองคำลดลงไปชั่วคราว
ปัจจัยรอบด้านที่ต้องติดตามต่อทิศทางราคาทองคำ
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 5.14% กดดันให้ราคาทองคำโลกเกิดการย่อตัวลงระยะสั้น
- ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีโอกาส 77.8% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้
- หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ในตลาดนิวยอร์กฟื้นตัวในบรรยากาศ Risk-On ทำให้ความน่าดึงดูดของทองคำชะลอลง
ในมุมมองฝั่งตลาดพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI มีการย่อตัวลงในระยะสั้นเช่นกัน หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเดินทางเยือนอิหร่านเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระดับสูง สกัดกั้นไม่ให้เกิดสงครามใหญ่เต็มรูปแบบ พร้อมทั้งสนับสนุนแผนเปิดช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดยิง ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายลงในทิศทางนี้ ก็อาจช่วยให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและดอกเบี้ยผ่อนคลายลงได้ในอนาคต แม้ว่าในฝั่งของกองทุนใหญ่อย่าง SPDR จะมีการเทขายทองคำออกไป 0.57 ตันก็ตาม