ข้อมูลจาก Sanook รายงานว่า ภาพรวมราคาทองคำในตลาดโลกมีการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ขยับมาทรงตัวบริเวณระดับ 101.72 หน่วย ผสานกับการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 2 ปี ที่พุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 สู่ระดับ 4.78% แม้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ทิศทางราคาทองคำในภาพใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways เพื่อรอปัจจัยชี้นำใหม่
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY): ทรงตัวที่ระดับ 101.72 หน่วย กดดันแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 2 ปี: ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 สู่ระดับ 4.78% ส่งผลให้ต้นทุนโอกาสการถือครองทองคำสูงขึ้น
- อัตราดอกเบี้ยเฟด: ตลาดคาดการณ์มากกว่า 80% ว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. แม้เงินเฟ้อเดือน ก.ย. จะแตะ 3.7%
- กองทุน SPDR: เริ่มกลับเข้าซื้อทองคำสะสมเพิ่มขึ้น 1.71 ตัน เป็นสัญญาณบวกระยะสั้น
วิเคราะห์ปัจจัยสงครามและภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลต่อแนวโน้มราคาทองคำ
ปัจจัยทาง geopolitics ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดเกิดความสับสน โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เปิดเผยว่า แม้อิหร่านจะเพิ่งต้อนรับ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย และประกาศความสัมพันธ์แนบแน่นเพื่อคานอำนาจกับสหรัฐฯ แต่ช่องทางการสื่อสารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่านคนกลางในกรุงโดฮายังคงดำเนินอยู่ กาตาร์กำลังเร่งผลักดันข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อลดความเสี่ยง ก่อนที่การประสานงานทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลจะยกระดับเป็นปฏิบัติการโจมตีจริง
ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI เกิดความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงแนวโน้มราคาทองคำ เนื่องจากนักลงทุนยังไม่แน่ใจว่าสถานการณ์จะบานปลายหรือคลี่คลายลงในเร็วๆ นี้ ส่งผลให้ทองคำเกิดการชะลอตัวและแกว่งตัวในกรอบเพื่อลดความเสี่ยง
ทิศทางดอกเบี้ยเฟดและแรงซื้อจากกองทุน SPDR
แม้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.7% แต่เครื่องมือวัดมุมมองตลาดส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกิน 80% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคมนี้ การตรึงดอกเบี้ยในระดับสูงชั่วคราวช่วยชะลอแรงพุ่งขึ้นของราคาทองคำ แต่ก็เป็นปัจจัยพยุงไม่ให้ราคาปรับตัวลดลงแรงเกินไป
ในขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของกองทุนทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง SPDR ได้เริ่มกลับเข้ามาเข้าซื้อทองคำเพิ่มอีก 1.71 ตัน สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของนักลงทุนรายใหญ่ที่ยังคงใช้ทองคำเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจและนโยบายการเงินอยู่ในภาวะเปราะบาง
สรุปแนวโน้มราคาทองคำเพื่อการตัดสินใจลงทุน
ภาพรวมแนวโน้มราคาทองคำยังคงถูกกดดันระยะสั้นจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ปัจจัยหนุนจากการเก็งกำไรสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงซื้อสะสมจากกองทุน SPDR และการคาดการณ์ว่าเฟดจะตรึงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. ทำให้ราคาทองคำยังคงรักษาฐานและเคลื่อนไหวแบบ Sideways นักลงทุนควรติดตามข่าวสารการประชุมเฟดและสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเข้าซื้อขาย