ทองคำโลกปรับขึ้นจากแรงเสี่ยงการเมือง แต่ดอลลาร์แข็งกดดันระยะสั้น
ทองคำโลกฟื้นจากบอนด์ยีลด์ทรงตัวและความตึงเครียดการเมือง แต่ดอลลาร์แข็งต่อเนื่องและเฟดอาจคงดอกเบี้ยกดดันราคา
ราคาทองคำโลก ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางปัจจัยหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแรงและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น แม้ภาพรวมยังมีแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อเนื่อง แต่ตลาดยังมองว่าทองคำมีบทบาทเป็นสินทรัพย์หลบความเสี่ยงในภาวะไม่แน่นอน
เศรษฐกิจสหรัฐ–การเมืองโลก หนุนแรงซื้อทอง
แรงหนุนสำคัญมาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปียังคงทรงตัวแถว 4.16% ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งสถานการณ์ไม่สงบในอิหร่าน การจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา และสัญญาณของสหรัฐที่จะเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ ได้แก่
- ตัวเลขจ้างงานสหรัฐอ่อนกว่าคาด
- บอนด์ยีลด์ทรงตัว ไม่กดดันทองเพิ่ม
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์หลายจุดพร้อมกัน
- ดอลลาร์แข็ง–เฟดอาจคงดอกเบี้ย กดดันทอง
แม้ทองจะได้แรงหนุน แต่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังแข็งค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 ขึ้นมาอยู่แถว 99.13 จุด หลังตัวเลขอัตราว่างงานสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด ขณะเดียวกันข้อมูลอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะ 10 ปีของตลาดยังอยู่เหนือระดับเป้าหมายระยะยาวของเฟดใน Dot Plot ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ ธนาคารกลางสหรัฐ จะคงดอกเบี้ยไปอีกระยะหนึ่ง ถือเป็นปัจจัยลบต่อทองคำในเชิงนโยบายการเงิน
ด้านการเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR Gold Trust มีการขายทองคำออกเล็กน้อย 0.57 ตัน ส่งผลให้ยอดถือครองสุทธิอยู่ที่ 1,064.56 ตัน สะท้อนว่ากองทุนใหญ่ยังเลือกบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง
สรุป ทองคำโลก ยังได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอและความตึงเครียดทางการเมืองโลก แต่การแข็งค่าของดอลลาร์และแนวโน้มเฟดคงดอกเบี้ยยังเป็นแรงกดดันหลักในระยะสั้น ทำให้ราคาทองยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน นักลงทุนควรติดตามทั้งทิศทางดอลลาร์และสัญญาณนโยบายการเงินควบคู่กัน