ภาพรวมทิศทางตลาดทองคำโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการอ่อนค่าของดัชนีเงินดอลลาร์ที่ไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญ ประกอบกับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่อ่อนตัวลงหลุดระดับ 4.70% สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ย่อตัวลง หลังมีรายงานความคืบหน้าเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า ความพยายามในการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สามารถกลับมาเดินเรือได้ตามปกติส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากรายงาน JOLTS เดือนมิถุนายนสะท้อนว่าจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความอ่อนแอของตลาดแรงงาน และเพิ่มน้ำหนักให้มุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ
ในมิติของการลงทุนสถาบัน กองทุนทองคำขนาดใหญ่อย่าง SPDR Gold Trust ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญด้วยการเข้าซื้อทองคำสุทธิ 3.43 ตัน สะท้อนถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาสะสมในพอร์ตตามปัจจัยทางเทคนิคและพื้นฐาน นักลงทุนที่ติดตามกรอบราคาจึงสามารถใช้จังหวะนี้ในการวางแผนบริหารความเสี่ยง ทั้งการกำหนดจุดแนวรับและแนวต้านเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นตามมุมมองของสำนักวิเคราะห์ชั้นนำ
สรุปภาพรวมราคาทองคำได้รับปัจจัยบวกจากการร่วงลงของดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รวมถึงท่าทีการเจรจาน้ำมันที่ผ่อนคลายลง ส่งผลให้ทองคำยังคงมีแรงซื้อสนับสนุนจากกองทุนใหญ่ ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามต่อเนื่อง