ข้อมูลจาก Sanook Money ระบุว่า ภาพรวมแนวโน้มราคาทองคำโลกมีการปรับตัวลง เป็นผลกระทบโดยตรงจากการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-Farm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นสูงถึง 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากครั้งก่อนที่ระดับ 55,000 ตำแหน่ง และ 21,000 ตำแหน่ง ตามลำดับ
สรุปปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน
- การจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง: ตัวเลข Non-Farm พุ่งแตะ 162,000 ตำแหน่ง สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงร้อนแรง
- คาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดเปลี่ยน: CME FedWatch Tool ปรับโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เพิ่มขึ้นเป็น 59.6% จากเดิม 39.4%
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง: ธนาคารพาณิชย์จีนเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตรจีน
- ท่าทีผู้ว่าการเฟด: คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และ จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์ก แสดงความกังวลต่อเงินเฟรสน้อยกว่ากรรมการท่านอื่น ช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนการถือครองทองคำ
- แรงหนุนจากกองทุนใหญ่: กองทุน SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 9.70 ตัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนมุมมองเชิงบวกระยะยาว
ปัจจัยกดดันแนวโน้มราคาทองคำ และโอกาสฟื้นตัวจากบอนด์ยีลด์
การพุ่งขึ้นของตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรทำให้ตลาดกลับมากังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นชั่วคราวและกดดันราคาทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบดังกล่าวถูกคานน้ำหนักด้วยโครงสร้างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่มีแนวโน้มปรับตัวลง เนื่องจากสถาบันการเงินในจีนยังคงมีความต้องการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดบางท่านไม่ได้แสดงท่าทีกังวลต่อตัวเลขเงินเฟ้ออย่างเข้มงวด เมื่อรวมกับแรงซื้อสะสมจากกองทุนทองคำขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง SPDR จำนวน 9.70 ตัน ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำไม่ได้สูงอย่างที่ตลาดกังวล นักลงทุนจึงสามารถใช้ช่วงเวลาที่ราคาปรับฐานในการประเมินจังหวะเข้าซื้อสะสมเพื่อบริหารความเสี่ยง portfolio ได้อย่างเหมาะสม
สรุป แนวโน้มราคาทองคำเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์ที่มีแนวโน้มลดลงและแรงซื้อจากกองทุน SPDR ยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้ นักลงทุนควรติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนอย่างระมัดระวัง