ข้อมูลจาก Sanook ได้รายงานสถานการณ์ตลาดโลกล่าสุด โดยราคาทองคำเผชิญแรงกดดันปรับตัวลดลง สอดคล้องกับทิศทางตลาดทุนที่นักลงทุนสถาบันและกองทุนใช้เลเวอเรจสูงเผชิญภาวะมาร์จิ้นคอลล์ (Margin Calls) บีบให้ต้องเทขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงเพื่อดึงเงินสดกลับมาเป็นหลักประกัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) และดับเบิลยูติไอ (WTI) ดีดตัวทะยานทะลุ 115 และ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ
- ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะระดับ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- กลุ่มฮูตีประกาศปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ
- ศูนย์ปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ยืนยันเหตุเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิด
- กองทุน SPDR Gold Trust คงปริมาณการถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อสัปดาห์ก่อนท่ามกลางความผันผวน
ปัจจัยกดดันราคาทองคำและภาวะตลาดน้ำมันโลก
สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยและตลาดพลังงาน โดยการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบสอดคล้องกับการรายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์สและสื่อชั้นนำเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสายสำคัญของโลก ประกอบกับการประกาศโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี
ในมิติของตลาดทุน แรงเทขายทองคำไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานของตัวโลหะมีค่าโดยตรง แต่เป็นผลพวงจากการปรับตัวลงอย่างรุนแรงของดัชนี S&P 500 และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงปลายสัปดาห์ ส่งผลให้กองทุนและนักลงทุนสถาบันที่มีสัดส่วนเลเวอเรจสูงต้องเผชิญกับแรงบังคับขายทรัพย์สินที่มีกำไรสะสมเพื่อส่งมอบสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม ในเชิงเทคนิคกราฟราคาทองคำรายวันเริ่มแสดงสัญญาณเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการรีบาวด์ระยะสั้นได้ท่ามกลางแรงซื้อที่ยังคงรอดูสถานการณ์
สรุปทิศทางตลาดทองคำและพลังงาน
ภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินในรอบนี้สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างวิกฤตพลังงานและสภาพคล่องในตลาดทุน โดยราคาน้ำมันที่ทะยานสูงขึ้นจากเหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และแรงขายลดความเสี่ยงเพื่อแก้ปัญหามาร์จิ้นคอลล์ เป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น ขณะที่มุมมองทางเทคนิคยังมีลุ้นจังหวะฟื้นตัวจากภาวะขายมากเกินไป