ข้อมูลจาก Sanook รายงานว่า ภาพการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำโลกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น เป็นผลมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ทั้งรุ่นอายุ 10 ปี และ 30 ปี มีการปรับตัวลดลง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ย่อตัวลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผู้นำฝ่ายความมั่นคงจากซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และตุรกี ได้เดินทางเยือนอิหร่านเพื่อหารือระดับสูงกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียน และสภาความมั่นคงอิหร่าน หวังเร่งสกัดไม่ให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบ พร้อมกดดันให้ยุติการโจมตีจากกลุ่มฮูตี
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งยกเลิกการโจมตีอิหร่าน ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างมาก นักลงทุนจึงเริ่มคลายกังวลเรื่องเงินเฟ้อฝั่งพลังงานและทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาหนุนราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังโดนแรงกดดันจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 สู่ระดับ 102.0 จุด บวกกับตลาดยังคงคาดการณ์สูงเกิน 70% ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในรอบการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ขณะที่กองทุน SPDR มีการขายทองคำออกมาราว 0.86 ตัน
ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามคืนนี้
- เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เตรียมเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนทั่วไป ประจำเดือนกันยายน
- เวลา 21.00 น. ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย Conference Board (CB) ประจำเดือนตุลาคม
- เวลา 21.00 น. สหรัฐฯ รายงานตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ ประจำเดือนกันยายน
- เวลา 21.00 น. ดัชนีภาคการผลิตสาขาริชมอนด์ ประจำเดือนตุลาคม
สรุปภาพรวมคือ ราคาทองคำได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทำให้ราคาทองยังคงอยู่ในช่วงผันผวนที่ต้องรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในคืนนี้อย่างใกล้ชิด