ข้อมูลจากสำนักข่าว Sanook และรายงานเศรษฐกิจล่าสุดระบุว่า ราคาทองคำโลกมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ที่ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 4.36% สรุปประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนมีดังนี้
- บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี ฟื้นตัวแรงสู่ระดับ 4.36% กดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
- ราคาน้ำมันดิบโลก พุ่งสูงขึ้นโดย Brent แตะ 109 ดอลลาร์ และ WTI แตะ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนเมษายนพุ่งสูงสุดในรอบ 5 เดือน สะท้อนเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งและหนุนค่าเงินดอลลาร์
- การเปลี่ยนผ่านประธานเฟด ตลาดจับตาการลงมติเสนอชื่อ เควิน วอร์ช เข้าดำรงตำแหน่งแทน เจอโรม พาวเวล ที่จะหมดวาระ 15 พฤษภาคมนี้
วิเคราะห์ปัจจัยกดดันราคาทองคำและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำได้รับแรงกดดันโดยตรงจากการที่สหรัฐฯ ยังคงยืนยันมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่ต้องการให้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลก่อนการเจรจานิวเคลียร์ สถานการณ์นี้ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นและกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่คาด
ในด้านความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ตัวเลขค่าจ้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบครึ่งปี แม้ว่าประชาชนจะมีความกังวลเรื่องราคาน้ำมันแพงอยู่บ้าง แต่กำลังซื้อที่ยังดีอยู่ทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นและลดทอนความน่าสนใจของการถือครองทองคำ นอกจากนี้กองทุนทองคำรายใหญ่อย่าง SPDR ยังได้เทขายทองคำออกมาถึง 3.43 ตัน สะท้อนถึงการปรับพอร์ตของนักลงทุนรายใหญ่
สิ่งที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยในช่วงบ่ายวันนี้ และต่อเนื่องด้วยการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในช่วงดึกเวลา 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผลการประชุมทั้งสองแห่งรวมถึงทิศทางนโยบายจาก เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำว่าจะสามารถสร้างฐานราคาใหม่หรือจะปรับตัวลงต่อในระยะสั้น
สรุปทิศทางตลาดทองคำและการเตรียมตัวรับมือ
แนวโน้มราคาทองคำในระยะนี้ยังอยู่ในช่วงพักฐานจากการแข็งค่าของดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ที่พุ่งสูง นักลงทุนควรติดตามผลการประชุม FOMC อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้นำเฟด การปรับตัวลงของราคาทองคำอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมในระยะยาว แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังจากความผันผวนของราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง