ภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ราคาทองคำโลก มีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการฟื้นตัวของดัชนีเงินดอลลาร์ โดยมีชนวนเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI ที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือของอิหร่าน ทำให้นักลงทุนพากันกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในฝั่งดอลลาร์มากขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวโน้มราคาทองคำวันนี้ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
เกาะติดแนวโน้มราคาทองคำวันนี้ และปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง
สถานการณ์ความตึงเครียดครั้งใหม่นี้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทิศทางตลาดทองคำเริ่มมีความผันผวน โดยทางกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมาระบุว่า การกระทำของสหรัฐฯ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง สะท้อนให้เห็นว่าการเจรจาสันติภาพที่เคยคาดหวังกันไว้นั้นยังคงอยู่ในภาวะที่เปราะบางอย่างยิ่ง ซึ่งปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อตลาดวงกว้าง
เหตุการณ์สำคัญที่มีผลต่อทิศทางราคาทองคำในปัจจุบัน
- กองทัพสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรืออิหร่านเพื่อตอบโต้ภัยคุกคาม
- อิหร่านแถลงชี้การกระทำของสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างรุนแรง
- ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น ดันดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัวตาม
- กองทุนทองคำรายใหญ่อย่าง SPDR ยังคงเลือกที่จะถือครองทองคำเท่าเดิม ไม่มีรายงานการซื้อขายเพิ่มเติม
นอกจากนี้ความเชื่อมั่นในระยะยาวเริ่มมีการขยับเขยื้อนเมื่อนักวิเคราะห์จาก UBS ได้ออกมาปรับลดเป้าหมายราคาทองคำ ณ สิ้นปี 2569 ลงถึง 400 ดอลลาร์ ทำให้เป้าหมายใหม่ลงมาอยู่ที่ระดับ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยให้เหตุผลว่าทองคำยังมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากทั้งค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
สรุป แนวโน้มราคาทองคำวันนี้ ยังคงเผชิญแรงกดดันในเชิงลบหลังจากการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อีกทั้งการปรับลดเป้าหมายราคาของสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง UBS ยิ่งทำให้ภาพรวมของทองคำในระยะนี้ยังคงต้องซื้อขายด้วยความระมัดระวัง