ข้อมูลล่าสุดจาก ฮั่วเซ่งเฮง รายงานสถานการณ์ตลาดทองคำพบว่า ราคาทองโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากดัชนีเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทะยานสูงขึ้น โดยปัจจัยลบที่กดดันราคาในรอบนี้สรุปประเด็นสำคัญได้ทันที ดังนี้
- โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวว่าสหรัฐฯ จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้า และสะพานของอิหร่านรอบใหม่ ดันราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูงขึ้น
- ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือเงินเฟ้อสหรัฐฯ ดีดตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธันวาคม 2026
- กองทุน SPDR Gold Shares ซ้ำเติมแรงเทขายในตลาดด้วยการลดการถือครองทองคำลงอีก 2.85 ตัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
เจาะลึกปัจจัยลบฉุด แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง
สภาวะสงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้กลายเป็นตัวเร่งทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรงตัวในระดับสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและดัชนีเงินเฟ้อฝั่งสหรัฐฯ ให้ปรับตัวสูงขึ้นเกินคาด เมื่อเงินเฟ้อพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ทำให้ความหวังของนักลงทุนที่อยากเห็นทิศทางดอกเบี้ยขาลงต้องหยุดชะงัก และเปลี่ยนมาโฟกัสโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อแทน
การส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยาวไปจนถึงช่วงปลายปี 2026 ถือเป็นเมฆหมอกก้อนใหญ่ที่บดบังการฟื้นตัวของราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย การเติบโตของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยิ่งทำให้นักลงทุนรายใหญ่และสถาบันการเงินเลือกที่จะโยกย้ายเงินทุนออกจากตลาดทองคำไปพักไว้ในสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและให้ผลตอบแทนที่แน่นอนกว่า
แรงกดดันรอบนี้เห็นได้ชัดจากการที่กองทุนทองคำระดับโลกอย่าง SPDR ตัดสินใจเทขายทองคำออกมาเกือบ 3 ตัน สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกบดบังด้วยความกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น นักลงทุนที่กำลังวางแผนเก็งกำไรจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและไม่ควรผลีผลามเข้าซื้อเต็มพอร์ตในจังหวะที่ตลาดกำลังผันผวน
กลยุทธ์รับมือทิศทางราคาทองโลกและจังหวะทำกำไร
ในเชิงเทคนิคการที่ราคาทองคำโลกโดนทุบลงมาอย่างรวดเร็วทำให้กรอบราคาเปลี่ยนทิศทางอย่างเห็นได้ชัด นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อสะสมจำเป็นต้องรอประเมินสถานการณ์ตรงแนวรับสำคัญด้านล่าง และสืบค้นสัญญาณการกลับตัวก่อนวางเงินลงทุน การจำกัดวงเงินและตั้งจุดตัดขาดทุนที่เข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในสภาวะตลาดปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่ถือครองทองคำแท่งหรือฟิวเจอร์สอยู่ หากราคาปรับตัวขึ้นในระยะสั้นจากความกังวลเรื่องภัยสงครามชั่วคราว แนะนำให้ใช้เป็นโอกาสในการแบ่งขายลดความเสี่ยง เนื่องจากตราบใดที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังไม่ส่งสัญญาณชะลอตัวลง การรีบาวด์ของราคาทองคำก็ยังคงถูกจำกัดด้วยเพดานดอกเบี้ยของเฟด
สรุป
แนวโน้มราคาทองคำ ในภาพรวมยังคงเผชิญแรงกดดันหนักจากปัจจัยเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี และคำขู่โจมตีอิหร่านของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งผลให้น้ำมันดิบดีดตัวขึ้น แม้ความขัดแย้งจะรุนแรงแต่การที่เฟดมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยช่วงปลายปี 2026 ประกอบกับกองทุน SPDR เทขายทองคำต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังและเน้นตั้งรับตามแนวรับสำคัญเป็นหลัก