รายงานวิเคราะห์สถานการณ์จาก บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า แนวโน้มราคาทองคำ ในตลาดโลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิค หลังจากดัชนีเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง ซึ่งมีสถิติและปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- กรอบแนวรับสำคัญ: ราคาทองคำโลกมีแนวโน้มรีบาวด์หลังจากลงมาทดสอบแนวรับที่ 4,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีความเสี่ยงสูงที่จะทำดิ่งลงทำจุดต่ำสุดใหม่
- ปัจจัยบวกทางภูมิรัฐศาสตร์: โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกแผนโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านชั่วคราวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social หลังข้อตกลงหยุดยิงได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มประเทศพันธมิตร
- แรงกดดันด้านพลังงานลดลง: ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับฐานลดลง ช่วยลดความกังวลชั่วคราวเรื่องอัตราเงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยเชิงรุกของธนาคารกลางสหรัฐฯ
- กองทุนขนาดใหญ่ชะลอตัว: กองทุน SPDR Gold Shares ยังคงสัดส่วนการถือครองทองคำเท่าเดิม สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันกำลังเลือกที่จะรอดูความชัดเจนของตัวเลขเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทองคำโลก ทิศทางดอกเบี้ยเฟด และความผันผวนที่ต้องเฝ้าระวัง
ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกในปัจจุบันเป็นการดีดตัวกลับระยะสั้นหลังจากราคาทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,230 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วมีการย่อตัวลงมา แรงหนุนหลักในเวลานี้เกิดจากกระแสข่าวการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ช่วยลดระดับความร้อนแรงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานชะลอตัวและทำให้นักลงทุนคลายความกังวลว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงในระยะสั้น การย่อตัวของดอลลาร์จึงเปิดโอกาสให้สัญญาทองคำมีความน่าดึงดูดใจในการเข้าซื้อสะสมอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการลงทุนยังคงมีความเปราะบางสูง เนื่องจากทำเนียบขาวยังคงคำสั่งมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านเอาไว้จนกว่าสัญญาสันติภาพจะเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ความไม่แน่นอนนี้สะท้อนผ่านมาตรวัด FedWatch Tool ของ CME Group ที่สถิติตัวเลขสูงถึง 42.9% ยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC เดือนธันวาคม ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันว่านักลงทุนในตลาดการเงินระดับสากลยังคงหวาดระแวงกับสภาวะเงินเฟ้อในระยะยาว
สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุนทองคำแท่งในประเทศ จังหวะการแกว่งตัวของราคาในกรอบแนวรับ 4,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นจุดทดสอบจิตวิทยาที่สำคัญ การวางกลยุทธ์ลงทุนในช่วงนี้จำเป็นต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงค่ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะชี้วัดกำลังซื้อและทิศทางเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยตรง หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดจะช่วยหนุนให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นต่อได้ตามเป้าหมาย
สรุป
แนวโน้มราคาทองคำ ตามมุมมองของฮั่วเซ่งเฮงมีทิศทางฟื้นตัวในกรอบจำกัดโดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องรักษาฐานไว้ให้ได้ที่ 4,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยหนุนหลักมาจากความตึงเครียดกับอิหร่านที่ลดระดับลงชั่วคราวและการย่อตัวของดอลลาร์ แต่นักลงทุนยังต้องระวังแรงกดดันด้านดอกเบี้ยเฟดที่อาจค้างสูงในช่วงปลายปี การบริหารความเสี่ยงโดยแบ่งไม้เข้าซื้อจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด