ข้อมูลจากรายงานวิเคราะห์ของ ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) เริ่มเผชิญแรงกดดันและมีความผันผวนทางตอนใต้ของเลบานอน แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงออกมาก่อนหน้านี้ ท่ามกลางดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง สรุปประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาทองคำในรอบวัน มีดังนี้
- สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นอีกครั้งหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศและส่งโดรนถล่มภาคใต้ของเลบานอน รวมถึงยิงปืนใหญ่เข้าใส่เมืองนาบาติเอห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน
- ตลาดเริ่มเกิดความกังวลว่าความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจส่งผลกระทบและสั่นคลอนต่อกรอบการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- กองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR Gold Shares แสดงท่าทีเชื่อมั่นในสินทรัพย์ปลอดภัย โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเลือกเข้าซื้อทองคำแท่งเพิ่มสะสมรวม 6.57 ตัน
ปัจจัยสงครามตะวันออกกลางและผลกระทบต่อแนวโน้มราคาทองคำล่าสุด
ชนวนเหตุความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลางกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้นักลงทุนต้องกลับมาประเมินแนวโน้มราคาทองคำล่าสุดอย่างใกล้ชิด การโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงลามไปถึงพื้นที่รอบเมืองนาบาติเอห์ เกิดขึ้นหลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างเลบานอนและอิสราเอลมีผลบังคับใช้ได้เพียงไม่นาน ความเปราะบางของสถานการณ์นี้ทำให้สภาวะตลาดการเงินโลกกลับเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และหันไปพึ่งพาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพื่อลดโอกาสขาดทุนในพอร์ตหลัก
ตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามควบคู่กันไปคือ ท่าทีอันแข็งกร้าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ระบุคำขู่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านและเข้าควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซทันที หากการเจรจาสันติภาพ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ประสบความล้มเหลว หรือในกรณีที่อิหร่านไม่สามารถสั่งการให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยุติการสร้างความไม่สงบในภูมิภาคได้ เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้เวทีการทูตระหว่างประเทศมีความตึงเครียดและอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบรวมถึงอัตราเงินเฟ้อโลกดีดตัวสูงขึ้นในอนาคต
สำหรับกลุ่มผู้ค้าทองคำแท่งและนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส สัญญาณจากการที่กองทุน SPDR เลือกเก็บออมทองคำเพิ่มกว่า 6 ตัน สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินรายใหญ่ยังคงมองเห็นความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ และใช้ทองคำเป็นเกราะกำบังในช่วงที่ดัชนีดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ทรงตัวรอเลือกทิศทาง การวางกลยุทธ์ในระยะนี้จึงควรเน้นการเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาปรับฐานลงมาสอดรับกับแนวรับสำคัญ และหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะซื้อตามในจังหวะที่ราคาดีดตัวขึ้นแรงจากข่าวสงครามรายวัน
| ปัจจัยหนุนและปัจจัยกดดัน | รายละเอียดและตัวเลขข้อมูลจริง | ผลกระทบต่อราคาทองคำ |
| สถานการณ์ในเลบานอน | โจมตีทางอากาศ มีผู้เสียชีวิต 5 คน | เป็นปัจจัยหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย |
| มาตรการกดดันจากสหรัฐฯ | ทรัมป์ขู่ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ | สร้างความผันผวนและดันราคาน้ำมันดิบขยับสูง |
| ธุรกรรมกองทุน SPDR | เข้าซื้อสุทธิเพิ่ม 6.57 ตันในสัปดาห์ก่อน | สะท้อนความต้องการซื้อสะสมของนักลงทุนสถาบัน |
| ตลาดเงินสหรัฐฯ | ดัชนี DXY และบอนด์ยีลด์ 10 ปีทรงตัว | จำกัดกรอบการปรับตัวขึ้นลงของราคาในระยะสั้น |
สรุปภาพรวมของแนวโน้มราคาทองคำล่าสุด ทิศทางราคายังคงมีแนวโน้มขยับตัวในแดนบวกและมีความผันผวนสูง โดยได้รับแรงหนุนโดยตรงจากเหตุความไม่สงบและการโจมตีทางอากาศในเลบานอน รวมถึงท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน การที่กองทุน SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่มเป็นสัญญาณชี้ชัดว่าทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือในเวลานี้ นักลงทุนควรติดตามผลการเจรจาอย่างใกล้ชิดและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ