ข้อมูลจากรายงานของ ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่าทิศทาง ราคาทองคำโลก (Gold Spot) มีการปรับฐานลงอย่างต่อเนื่องจนหลุดระดับแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา ท่ามกลางดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำยังมีแรงหนุนสลับเข้ามาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลายลง โดยมีสรุปสถิติและตัวเลขสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- ราคาทองโลกปรับตัวลดลงหลุดระดับ 4,220 ดอลลาร์ สู่กรอบแนวรับถัดไปที่ 4,170 ดอลลาร์
- เครื่องมือ CME FedWatch Tool ปรับเพิ่มคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จากเดิม 28.8% พุ่งขึ้นเป็น 36.3% ในการประชุม FOMC ครั้งถัดไป
- ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลงหลังเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 12 ล้านบาร์เรลสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยติดต่อกันเป็นคืนที่ 2
- กองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR Gold Shares สวนทางตลาดด้วยการเข้าซื้อทองคำแท่งเพิ่มสะสมถึง 7.42 ตัน
ปัจจัยกดดันอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและ แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง
แรงกดดันหลักที่ทำให้ราคาทองคำโลกดิ่งลงในรอบนี้ เกิดจากถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของ นายเควิน วอร์ช ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ย้ำชัดว่าเฟดมีความมุ่งมั่นและเด็ดขาดในการฉุดอัตราเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% แม้ว่าจะเป็นระดับที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จมานานถึงครึ่งทศวรรษ ท่าทีที่เข้มงวดดังกล่าวทำให้นักลงทุนในตลาดเงินพากันคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์พุ่งสูงขึ้นและกดดันราคาทองคำโดยตรง
แม้ว่าปัจจัยทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ แต่ในฝั่งของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์กลับเริ่มส่งสัญญาณบวก โดย นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการลำเลียงน้ำมันดิบผ่านช่องแคบสำคัญดำเนินไปได้ด้วยดี สอดคล้องกับการที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ อนุญาตให้เรือขนส่งสินค้าผ่านแนวปิดล้อมทางทะเลได้มากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานและอุปทานตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อในระยะยาวปรับตัวลดลงในอนาคต
สำหรับกลุ่มผู้ค้าทองคำแท่งและนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส สิ่งที่ต้องนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจต่อในเวลานี้คือพฤติกรรมของกองทุนขนาดใหญ่อย่าง SPDR ที่เลือกเข้าซื้อทองคำสวนระบบเพิ่มกว่า 7 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนยังคงมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงที่ดีในจังหวะที่ราคาปรับฐานลงมาลึก ประกอบกับในส่วนของตารางเศรษฐกิจคืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขสำคัญของสหรัฐฯ ทำให้ทิศทางราคาจะเคลื่อนไหวตามปัจจัยทางเทคนิคเป็นหลัก
กลยุทธ์การลงทุนและแนวรับแนวต้านตามเทคนิค
ในทางเทคนิค กราฟราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนเกิดสัญญาณขายมากเกินไป (Oversold) ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งระบุว่าในระยะสั้นมีโอกาสที่จะเกิดการดีดตัวหรือฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) ได้ตลอดเวลาหลังจากที่ราคาลงไปทดสอบแนวรับสำคัญ
กรอบการลงทุนในวันนี้ ประเมินว่าราคาทองโลกมีแนวโน้มลงไปทดสอบและสร้างฐานบริเวณแนวรับแรกที่ 4,170 ดอลลาร์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคง คาดว่าจะมีการฟื้นตัวระยะสั้นกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบน แต่ในกรณีที่แรงเทขายยังคงหนาแน่นจนราคาหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,130 ดอลลาร์ ภาพรวมจะกลายเป็นการปรับฐานลงต่อเนื่องในระยะยาว
| ระดับราคา (ดอลลาร์) | ประเภทแนวราคา | กลยุทธ์และแนวทางการบริหารความเสี่ยง |
| 4,220 | แนวต้านปัจจุบัน | จุดพิจารณาขายทำกำไรสำหรับผู้ที่เข้าซื้อเก็งกำไรในรอบการรีบาวด์ |
| 4,170 | แนวรับแรก | จุดวัดใจไม้แรก หากกราฟเริ่มส่งสัญญาณกลับตัวสามารถเข้าซื้อสะสมชั่วคราว |
| 4,130 | แนวรับสำคัญ | จุดจำกัดความเสี่ยง (Stop Loss) หากราคาหลุดระดับนี้ควรชะลอการซื้อทันที |
สรุป
ภาพรวม แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง ในระยะสั้นยังคงเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าหลังเฟดส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม สัญญาณ Oversold ในกราฟรายชั่วโมงชี้ว่าราคามีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้นหากไม่หลุดแนวรับ 4,170 ดอลลาร์ นักลงทุนควรซื้อขายด้วยความระมัดระวังและตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ที่ระดับ 4,130 ดอลลาร์