ข้อมูลจาก Sanook รายงานสถานการณ์ภาพรวมตลาดทองคำโลกที่มีการปรับฐานลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข็งค่าของดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐที่พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากนักลงทุนเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ทำให้นักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สและผู้ค้าทองคำแท่งต้องปรับกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยงอย่างเท่าทัน สรุปประเด็นสำคัญและตัวเลขที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ดีดตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง กดดันให้ราคาทองคำโลกย่อตัวลงมาสร้างฐานในกรอบด้านล่าง
- เครื่องมือ CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนปรับเพิ่มน้ำหนักถึง 50.6% ที่เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายน 2569 และให้น้ำหนัก 34.6% ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องอีกครั้งในเดือนมกราคม 2570
- สัญญาณการทูตฝั่งตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย หลังช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจรและขนส่งน้ำมันดิบได้อย่างเต็มรูปแบบยาว 60 วัน โดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในอนาคต
- กองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR Gold Shares เลือกที่จะปรับพอร์ตลดความเสี่ยงด้วยการเทขายทองคำแท่งออกมาสู่วัสดุหมุนเวียนรวม 4.57 ตัน
ปัจจัยนโยบายดอกเบี้ยเฟดและสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อราคาทองคำ
แรงเทขายที่เกิดขึ้นในตลาดทองคำเวลานี้ เป็นผลสืบเนื่องโดยตรงมาจากถ้อยแถลงของ นายเควิน วอร์ช ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า เฟดยังคงมีความมุ่งมั่นเด็ดขาดที่จะฉุดอัตราเงินเฟ้อให้กลับลงสู่ระดับเป้าหมายหลักที่ 2% ให้สำเร็จ ท่าทีอันแข็งกร้าวนี้ทำให้ความหวังของนักลงทุนที่คาดหวังจะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในปีนี้ต้องถูกเลื่อนออกไป ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าถือครองดอลลาร์เพื่อเก็งกำไรและกดดันราคาทองคำโดยตรง
ทว่าในสภาวะที่สินทรัพย์ปลอดภัยถูกกดดัน ฝั่งปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์กลับส่งสัญญาณบวกเข้ามาคานอำนาจ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยข้อมูลว่ามีการลำเลียงน้ำมันดิบผ่านช่องแคบสำคัญมากกว่า 19 ล้านบาร์เรล สอดคล้องกับคำแถลงของ นายอาลี บาเรนี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ที่ยืนยันว่าการเปิดเส้นทางเดินเรือเสรีในช่องแคบฮอร์มุซจะช่วยให้อุปทานพลังงานโลกกลับสู่ภาวะสมดุล ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในระยะยาว ซึ่งจะเปิดทางให้เฟดสามารถพิจารณาลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้นเมื่อเข้าสู่ปีหน้า
สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนทั่วไป สิ่งที่ต้องนำมาใช้คำนวณและพิจารณาต่อในระยะสั้นคือ พฤติกรรมของกองทุนรายใหญ่อย่าง SPDR ที่เริ่มส่งสัญญาณฝั่งขาย การย่อตัวของราคาในลักษณะนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการสะสมทองคำแท่งในประเทศสามารถทยอยตั้งรับตามจุดแนวรับสำคัญทางเทคนิค โดยควรคำนวณเงินทุนให้อยู่ในกรอบงบประมาณที่เหมาะสม และติดตามความผันผวนของค่าเงินบาทที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายออกในประเทศแบบเรียลไทม์
สรุปภาพรวมและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง
ทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นยังคงเผชิญปัจจัยลบจากตัวเลขคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟดและการเทขายของกองทุน SPDR แต่อย่างไรก็ดี ข่าวการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อขนส่งน้ำมันอย่างเสรีจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและอาจกลับมาเป็นแรงหนุนทองคำในระยะยาว นักลงทุนจึงควรเน้นกลยุทธ์ตั้งรับตามแนวรับสำคัญและบริหารสัดส่วนการลงทุนอย่างระมัดระวัง