ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำและรายงานวิเคราะห์ทางเทคนิคประจำวันล่าสุด แสดงให้เห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดทุนที่ผันผวน โดยราคาทองคำในประเทศมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงทันทีที่เปิดตลาด สรุปตัวเลขสถิติและปัจจัยเชิงโครงสร้างสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนดังนี้
- ราคาทองคำแท่งในประเทศ: ปรับตัวลดลงพรวดเดียว 1,000 บาท สู่ระดับฐาน 62,650 บาท สอดคล้องกับทิศทางราคาในตลาดโลก (Gold Spot) ที่ดิ่งลงกว่า 73 ดอลลาร์สหรัฐ
- สถิติมติ FedWatch Tool ของ CME Group: ตลาดสืบค้นข้อมูลและให้น้ำหนักสูงถึง 70.1% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงในการประชุมครั้งถัดไป
- ความเคลื่อนไหวของกองทุนระดับโลก: กองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง SPDR Gold Shares แสดงสัญญาทรงตัวโดยเลือกที่จะถือครองทองคำในปริมาณเท่าเดิม ไม่มีการซื้อเข้าหรือขายออกในรอบวัน
- ปัจจัยเร่งราคาน้ำมันดิบ: ความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศอาจเป็นตัวเร่งให้สัญญาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ดีดตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงตัวเลขเงินเฟ้อภาพรวมในระบบ
ดีลสงบศึกตะวันออกกลางส่อแววล่ม ปัจจัยลบฉุดราคาทองวันนี้ดิ่งลง
ข้อมูลจากสำนักข่าว Sanook รายงานว่า นายคาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องการเจรจาทางเทคนิคร่วมกับคณะทำงานของสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่ากระบวนการพูดคุยจะยังไม่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ท่าทีดังกล่าวถือเป็นการคว่ำกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่าทั้งสองประเทศสามารถบรรลุข้อตกลงระงับการโจมตีซึ่งกันและกันเป็นการชั่วคราว และมีกำหนดจะเปิดโต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
การปฏิเสธข้อตกลงพฤติการณ์นี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตวิทยาของนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลาย จะกลายเป็นปัจจัยหลักที่เข้าไปกดดันและกระตุ้นให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต เมื่อต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น สิ่งที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คืออัตราเงินเฟ้อภายในระบบเศรษฐกิจที่จะดีดตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง
บริบทแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นนี้ ทำให้พยากรณ์นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ต้องเปลี่ยนทิศทางตามไปด้วย การที่เฟดอาจเผชิญความยากลำบากในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และจำเป็นต้องคงโครงสร้างดอกเบี้ยระดับสูงเอาไว้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ถือเป็นสเปกเชิงลบต่อสินทรัพย์ที่ไม่สร้างผลตอบแทนในตัวเองอย่างทองคำ นักลงทุนจึงเลือกที่จะเทขายและจำกัดงบประมาณในการถือครองทองคำออกไปก่อนเพื่อลดความเสี่ยง
ตารางเปรียบเทียบสถิติตัวแปรเศรษฐกิจและแนวโน้มผลกระทบต่อทองคำ
| ตัวแปรและดัชนีชี้วัดในตลาด | ตัวเลขและสถานะล่าสุดในระบบ | ทิศทางและผลกระทบต่อราคาทองคำ |
| แนวรับทางเทคนิค (Gold Spot) | 3,945 ดอลลาร์สหรัฐ | จุดทดสอบสำคัญหากหลุดมีโอกาสทำ New Low |
| สัดส่วนคาดการณ์คงดอกเบี้ยเฟด | 70.1% (CME FedWatch) | ปัจจัยกดดันราคาทอง (ดึงงบประมาณไปสู่พันธบัตร) |
| ปริมาณการถือครองของ SPDR | ถือครองเท่าเดิม (0.00 ตัน) | สะท้อนความกังวลและอาการชะลอตัวของรายใหญ่ |
| แนวโน้มราคาน้ำมันดิบโลก | มีความเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้น | เร่งเงินเฟ้อ ส่งผลให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น |
สรุป
ทิศทาง ราคาทองวันนี้ ประสบภาวะทิ้งตัวดิ่งลงแรงรับปัจจัยลบจากการที่อิหร่านปฏิเสธดีลเจรจาสงบศึกกับสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและเงินเฟ้อโลกมีสิทธิ์พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับสถิติ 70.1% จาก FedWatch Tool ที่ระบุว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยสูงต่อไป ยิ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การลงทุนในทองคำมีความน่าดึงดูดลดลงในระยะสั้น ผู้บริโภคและนักลงทุนจำเป็นต้องคำนวณงบประมาณและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ