ข้อมูลจากกลุ่มฮั่วเซ่งเฮง ได้รายงานวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลกที่มีการแกว่งตัวอย่างรุนแรง จากผลกระทบของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของนักลงทุนในประเทศ สรุปปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำดังนี้
- ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ (ADP): เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเพียง 98,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 118,000 ตำแหน่ง และลดลงจากเดือนพฤษภาคมที่อยู่ระดับ 122,000 ตำแหน่ง
- ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ (ISM): ประกาศออกมาต่ำกว่าคาดที่ระดับ 53.3 หน่วย จากเดิมที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 53.8 หน่วย และลดลงจากครั้งก่อนที่ระดับ 54.0 หน่วย
- สถิติมติจาก FedWatch Tool: ข้อมูลจาก CME Group ปรับคาดการณ์เพิ่มขึ้นเป็น 71.7% จากเดิม 66.9% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน 2026
- การเคลื่อนไหวของกองทุนทองคำโลก: กองทุน SPDR Gold Shares สวนกระแสโดยการเข้าซื้อทองคำเพิ่มปริมาณ 0.285 ตัน เข้าสู่พอร์ตช้อนซื้อระยะสั้น
วิเคราะห์ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อแนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง
การชะลอตัวของตัวเลขเศรษฐกิจอเมริกา ทั้งยอดการจ้างงานภาคเอกชนที่พลาดเป้าไปค่อนข้างมาก และดัชนีภาคการผลิตที่ลดลงมาเหลือ 53.3 หน่วย กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวกที่เข้ามาหนุนราคาทองคำให้ดีดตัวขึ้นชั่วคราว เนื่องจากสะท้อนว่ามาตรการสกัดเงินเฟ้อเริ่มทำให้เศรษฐกิจภาพรวมชะลอความร้อนแรงลง ทำให้นักลงทุนบางส่วนหันกลับมาสืบค้นข้อมูลและเข้าซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในงบประมาณการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ทิศทางขาขึ้นของทองคำยังคงเผชิญแนวต้านสำคัญจากนโยบายการเงิน หลังจากนายเควิน วอร์ช ได้กล่าวในงานเสวนาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ณ เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส โดยย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า เฟดจะไม่ยอมรับระดับอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% และจะดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ โดยไม่ขึ้นกับแรงกดดันทางการเมือง แม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะออกมาสนับสนุนให้มีการใช้อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำก็ตาม
บริบทแวดล้อมจากการแสดงท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟด ส่งผลให้เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ปรับสัดส่วนพยากรณ์สูงถึง 71.7% ที่เฟดจะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปในการประชุมเดือนกันยายน 2026 ปัจจัยเชิงโครงสร้างนี้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่จะทำให้ราคาทองคำได้รับผลกระทบในเชิงลบภายหลัง เนื่องจากดอกเบี้ยที่สูงจะดึงดูดเม็ดเงินให้ไหลกลับเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลแทน แต่นักลงทุนยังได้แรงใจจากการที่กองทุน SPDR ช้อนซื้อทองคำเก็บเข้าคลังเพิ่ม 0.285 ตัน ซึ่งเป็นตัวช่วยพยุงฐานราคาไม่ให้ดิ่งลงแรงเกินไป
| ดัชนีและตัวแปรทางเศรษฐกิจ | ตัวเลขจริงในระบบ (มิถุนายน 2026) | แนวโน้มผลกระทบต่อราคาทองคำ |
| ยอดจ้างงานภาคเอกชน (ADP) | 98,000 ตำแหน่ง (ต่ำกว่าคาด) | ปัจจัยบวกหนุนราคาทองคำดีดตัวขึ้นสั้น ๆ |
| ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ | 53.3 หน่วย (ต่ำกว่าคาด) | สะท้อนเศรษฐกิจชะลอตัว หนุนแรงซื้อทองคำ |
| คาดการณ์คงดอกเบี้ยเฟด | 71.7% (CME FedWatch) | ปัจจัยลบกดดันราคาทองคำจากต้นทุนทางการเงิน |
| ปริมาณการซื้อขายของ SPDR | ซื้อเพิ่ม 0.285 ตัน | สัญญาณพยุงราคาจากกองทุนขนาดใหญ่ |
สรุป
ภาพรวม แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง ในระยะนี้ยังคงอยู่ในภาวะผันผวนแบบจำกัดกรอบ แม้จะได้แรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานและดัชนีการผลิตของสหรัฐฯ ที่ย่ำแย่เกินคาด รวมถึงแรงซื้อสะสมจากกองทุน SPDR อีก 0.285 ตัน แต่การที่เฟดส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะคงดอกเบี้ยสูงเพื่อคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเกณฑ์ 2% ยังเป็นปัจจัยหลักที่คอยกดดันราคาอยู่ นักลงทุนจึงควรบริหารงบประมาณอย่างรอบคอบและคำนวณจุดรับ-จุดขายทางเทคนิคอย่างระมัดระวัง