ข้อมูลจากกลุ่มฮั่วเซ่งเฮง รายงาน วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลกที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการอ่อนค่าของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่ร่วงหลุดระดับ 101 หน่วย ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง สรุปปัจจัยสำคัญและตัวเลขสถิติจริงที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนในงวดนี้ ประกอบด้วย
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm): เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 114,000 ตำแหน่ง และลดลงจากระดับ 129,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม
- คาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยเฟด: เครื่องมือ CME FedWatch Tool ปรับเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 46.8% จากเดิม 36.8% ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2026 แทนการปรับขึ้นดอกเบี้ย
- อัตราการว่างงานสหรัฐฯ (Unemployment Rate): ประกาศออกมาลดลงเหลือ 4.2% ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินและครั้งก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.3%
- การเคลื่อนไหวของกองทุนทองคำโลก: กองทุน SPDR Gold Shares ทำการเทขายทองคำล็อตใหญ่ออกมาปริมาณ 3.99 ตัน
ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันต่อแนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง
การทรุดตัวของดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จนหลุดระดับ 101 หน่วย กลายเป็นแรงหนุนชั้นดีที่ทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ชนวนเหตุสำคัญมาจากรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาต่ำกว่าเกณฑ์ความคาดหมายของตลาดทุนไปมากกว่าครึ่ง สถิตินี้สะท้อนให้เห็นว่าภาวะตลาดแรงงานในอเมริกาเริ่มเกิดการตึงตัวและชะลอความร้อนแรงลงอย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนบางส่วนกระจายงบประมาณหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ในขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มส่งสัญญาณไปในทิศทางที่เป็นบวกและช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางลง หลังจากโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจากฝั่งกาตาร์และปากีสถานได้เสร็จสิ้นภารกิจการหารือร่วมกับคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านและสหรัฐฯ ณ กรุงโดฮา โดยผลการประชุมระบุชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าเชิงบวกในการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงทางการเมืองโลกเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ทิศทางขาขึ้นของราคาทองคำยังคงมีแรงต้านสำคัญที่นักลงทุนต้องนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ซึ่งเป็นสเปกตัวเลขที่สะท้อนว่าโครงสร้างเศรษฐกิจภายในของอเมริกายังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ ประกอบกับความเคลื่อนไหวของวาฬทางการเงินอย่างกองทุน SPDR ที่เลือกทำกำไรด้วยการเทขายทองคำออกมาถึง 3.99 ตัน ปัจจัยลบเหล่านี้อาจกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ราคาทองคำชะลอการปรับตัวขึ้นหรือเกิดการย่อตัวทางเทคนิคได้ในระยะถัดไป
| ตัวแปรและดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ | ตัวเลขจริงในระบบ (มิถุนายน 2026) | ผลกระทบและสถานะต่อราคาทองคำ |
| ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm) | 57,000 ตำแหน่ง (ต่ำกว่าคาดมาก) | ปัจจัยบวกหลัก หนุนราคาทองคำโลกดีดตัวสูงขึ้น |
| ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) | ร่วงหลุด 101 หน่วย | ส่งผลบวกต่อราคาทองคำ ดอลลาร์อ่อนค่าลง |
| อัตราการว่างงานสหรัฐฯ | 4.2% (ดีกว่าคาด) | ปัจจัยลบ ค้ำจุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ กดดันทองคำ |
| ปริมาณการซื้อขายของ SPDR | เทขาย 3.99 ตัน | แรงกดดันระยะสั้นจากการลดสัดส่วนถือครอง |
สรุป
ภาพรวม แนวโน้มราคาทองคำ ฮั่วเซ่งเฮง ในปัจจุบันอยู่ในสภาวะฟื้นตัวรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ย่ำแย่เกินคาด ประกอบกับความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างประเทศที่ราบรื่น แต่อย่างไรก็ตาม การที่อัตราว่างงานลดลงเหลือ 4.2% และแรงเทขายจากกองทุน SPDR อีก 3.99 ตัน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่คอยสกัดกั้นช่วงขาขึ้นอยู่ ผู้บริหารพอร์ตลงทุนควรคำนวณความเสี่ยงและบริหารงบประมาณอย่างรอบคอบเพื่อรับมือความผันผวนนี้