ข้อมูลจา ฮั่วเซ่งเฮง ได้รายงานวิเคราะห์ทิศทางตลาดทองคำโลกที่มีการเคลื่อนไหวผันผวนอย่างรุนแรง โครงสร้างราคาล่าสุดสะท้อนภาพการดีดตัวสลับแรงขายทำกำไรอย่างชัดเจน โดยสรุปประเด็นสำคัญและตัวเลขสถิติที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน มีดังนี้
- คาดการณ์ราคาเฉลี่ยจากสถาบันการเงิน: ธนาคาร HSBC ปรับลดเป้าราค่าทองคำเฉลี่ยปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 4,560 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปี 2570 อยู่ที่ 4,925 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากมุมมองนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
- นโยบายการเงินและคาดการณ์ดอกเบี้ย: ข้อมูลดัชนี FedWatch Tool ของ CME Group เผยสัดส่วนคาดการณ์ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกรกฎาคม ลดลงจาก 31.0% มาอยู่ที่ 25.1%
- ปัจจัยควบคุมทางภูมิรัฐศาสตร์: เกิดเหตุการณ์อิหร่านเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้กรณีสหรัฐฯ โจมตีพื้นที่ชายฝั่งและภาคตะวันออกของอิหร่าน
- การเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนขนาดใหญ่: กองทุน SPDR Gold Shares ส่งสัญญาณช้อนซื้อทองคำแท่งเติมเข้าพอร์ตสะสมเพิ่มขึ้นอีก 3.14 ตัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายดอกเบี้ยเฟด ตัวแปรหลักขับเคลื่อนแนวโน้มราคาทองคำ
สถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารที่ทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และอิหร่าน กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนในตลาดทุนเริ่มปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าในระยะสั้นดัชนีเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี จะมีการชะลอตัวลงมาบ้าง ซึ่งช่วยหนุนให้ราคาทองคำโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นในบางช่วงเวลา แต่ความยืดเยื้อของสงครามรอบใหม่นี้กำลังสร้างความกังวลในระยะยาว เนื่องจากอาจกลายเป็นแรงผลักดันให้อุปทานพลังงานตึงตัว ดันราคาน้ำมันดิบและอัตราเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจให้ฝังรากลึก จนบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดไว้
สอดคล้องกับรายงานฉบับล่าสุดของธนาคาร HSBC ที่มีการปรับสเปกตัวเลขคาดการณ์ราคาเฉลี่ยลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยมองว่าผลกระทบจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและนโยบายการเงินที่เข้มงวดของเฟด จะเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำไม่สามารถพุ่งทะยานได้อย่างอิสระเหมือนช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การปรับลดเป้าหมายครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าตลาดทองคำจะสูญเสียสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยไปทั้งหมด เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้าง เช่น ภาระหนี้สาธารณะทั่วโลก ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และกระแสการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศยังคงทำหน้าที่เป็นฐานรองรับราคาอยู่
สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนรายย่อยในประเทศ ข้อมูลทางเทคนิคชี้ชัดว่าราคาทองคำในตลาดโลกกำลังอยู่ในช่วงการทดสอบฐานราคาที่สำคัญ การที่วาฬทางการเงินอย่างกองทุน SPDR เลือกที่จะส่งงบประมาณเข้ามาเก็บสะสมทองคำแท่งเพิ่มขึ้น 3.14 ตัน สะท้อนว่ากลุ่มทุนใหญ่ยังคงให้น้ำหนักกับการใช้ทองคำเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงเพื่อคุ้มครองมูลค่าเงินทุน การจัดสรรงบประมาณเพื่อเข้าซื้อทองคำในระยะนี้ จึงจำเป็นต้องคำนวณกรอบแนวรับแนวต้านอย่างรัดกุม และเฝ้าระวังมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่จะส่งผลต่อราคาพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด
| ตัวแปรและดัชนีทางเศรษฐกิจ | ข้อมูลและสถิติล่าสุดในระบบ | ผลกระทบต่อแนวโน้มราคาทองคำ |
| เป้าราคาทองคำปี 2569 (HSBC) | 4,560 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดลงจาก 4,864) | จำกัดกรอบการปรับตัวขึ้นสูงสุดในระยะยาว |
| เป้าราคาทองคำปี 2570 (HSBC) | 4,925 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดลงจาก 5,000) | สะท้อนมุมมองแรงกดดันดอลลาร์แข็งค่ายืดเยื้อ |
| สัดส่วนคาดการณ์ CME FedWatch | ลดลงเหลือ 25.1% ในการขึ้นดอกเบี้ย ก.ค. | ผ่อนคลายแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น |
| ยอดซื้อสะสมกองทุน SPDR | เพิ่มขึ้น 3.14 ตัน | สร้างจิตวิทยาเชิงบวก พยุงฐานราคาไม่ให้ดิ่งลึก |
สรุป
ภาพรวม แนวโน้มราคาทองคำ ในขณะนี้เผชิญแรงเหวี่ยงจากสองด้าน โดยมีแรงหนุนระยะสั้นจากการปรับลดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและการเข้าช้อนซื้อของกองทุน SPDR ปริมาณ 3.14 ตัน ท่ามกลางภาวะสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่เสี่ยงดันเงินเฟ้อพุ่งสูง แต่ในระยะยาวถูกจำกัดกรอบราคาจากการที่ HSBC หั่นเป้าราคาเฉลี่ยปี 2569 ลงเหลือ 4,560 ดอลลาร์ นักลงทุนควรคำนวณงบประมาณความเสี่ยงและติดตามสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจลงเงิน