ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และสถาบันการเงินชั้นนำระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลกเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจนปรับตัวลดลง สาเหตุหลักมาจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 4.40% และ 4.80% ตามลำดับ ท่ามกลางตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อภาคพลังงานที่จะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาทองคำในปัจจุบัน ได้แก่:
- ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง: สัญญาน้ำมันดิบ Brent ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่าโรงงานน้ำมันหลายแห่งต้องหยุดการผลิตชั่วคราว จากการถูกโดรนและขีปนาวุธของกลุ่มฮูตีเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน
- ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ: คำเตือนจาก นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ถึงความยากลำบากในการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน ยิ่งเพิ่มความกังวลด้านอุปทานพลังงานตึงตัว
- ปัจจัยพยุงราคาทองคำ: การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ จากแรงกดดันที่ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ช่วยชะลอการลงแรงของราคาทองคำได้บางส่วน
- แรงขายจากนักลงทุนสถาบัน: กองทุนทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง SPDR Gold Shares รายงานการปรับลดการถือครองทองคำลงอีก 1.43 ตัน
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นักลงทุนจึงย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนอิงตามอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น นอกจากนี้ วิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางยังเป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อภาคการผลิตมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้เร็วตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ดี ทิศทางของค่าเงินเยนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้ไม่ให้ปรับตัวลงหลุดแนวรับสำคัญ หากธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริงตามคาด จะส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงทันที ซึ่งจะกลายเป็นแรงหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ในระยะสั้น สำหรับผู้ถือครองทองคำหรือนักลงทุนที่กำลังตัดสินใจ ควรเพิ่มความระมัดระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ รวมถึงท่าทีของ Fed อย่างใกล้ชิดก่อนเข้าซื้อสะสม
ราคาทองคำในปัจจุบันได้รับแรงกดดันหลักจาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่พุ่งสูง และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น หลังเกิดเหตุโจมตีโรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย แม้จะมีปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ และเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า แต่การขายออกของกองทุน SPDR ย้อนหลังยังสะท้อนถึงมุมมองชะลอการลงทุน นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ย Fed ก่อนทำการตัดสินใจลงทุนทองคำในระยะนี้