ข้อมูลจากตลาดทองคำโลกและรายงานจาก Goldman Sachs ระบุว่า ราคาทองคำ ได้รับแรงหนุนสำคัญจากความกังวลเรื่องสงครามภาษีการค้ารูปแบบใหม่ หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 ก.พ. เกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากร ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นยังคงมีความผันผวนสูง
- ราคาทองโลก มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 5,200 และ 5,250 ดอลลาร์
- สงครามภาษี การค้าโลกทวีความรุนแรงหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี 15% ทั่วโลกโดยอาศัยมาตรา 122
- กองทุน SPDR มั่นใจเข้าซื้อทองคำเพิ่ม 7.72 ตัน ทำให้มียอดถือครองสุทธิรวม 1,086.47 ตัน
- อัตราดอกเบี้ย สหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฟดส่งสัญญาณอาจคงดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. หากตัวเลขจ้างงานยังแข็งแกร่ง
วิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำและผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ
สถานการณ์ราคาทองคำในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการใช้มาตรา 122 ในการจัดเก็บภาษีการค้า 15% ของสหรัฐฯ แม้ศาลฎีกาจะมีมติยกเลิกมาตรการบางส่วนภายใต้ IEEPA แต่ช่องโหว่ทางกฎหมายในมาตรา 301, 232 และ 338 ยังเปิดทางให้ทำเนียบขาวบังคับใช้ภาษีได้โดยตรง ความไม่แน่นอนนี้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของนโยบายการเงิน นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด แสดงท่าทีที่เปลี่ยนไปโดยระบุว่าโอกาสในการลดดอกเบี้ยเดือนมี.ค. อยู่ที่ 50/50 หากตัวเลขการจ้างงานเดือนก.พ. ยังคงอยู่ในระดับ 130,000 ตำแหน่งเหมือนเดือนม.ค. จะเป็นแรงกดดันให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ซึ่งอาจทำให้ราคาทองคำมีการย่อตัวสลับออกมาในระยะสั้นเนื่องจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
สำหรับการเคลื่อนไหวทางเทคนิค ราคาทองโลกได้ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดบริเวณ 5,145 ดอลลาร์ก่อนจะเริ่มมีแรงดีดกลับ หากราคาสามารถยืนเหนือ 5,100 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่การทดสอบแนวต้านสำคัญ 5,200 และ 5,250 ดอลลาร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตามควรระวังแรงเทขายหากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CB) และดัชนีภาคการผลิตสาขาริชมอนด์ที่จะประกาศคืนนี้เวลา 22.00 น. ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์
สรุปภาพรวมการลงทุนทองคำ
ราคาทองคำ ยังอยู่ในช่วงสะสมพลังเพื่อปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีปัจจัยหนุนจากสงครามภาษีและการเข้าซื้อของกองทุน SPDR อย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นที่ต้องติดตามคือตัวเลขจ้างงานและดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของเฟดในเดือนมีนาคม หากราคายังรักษาฐานเหนือ 5,100 ดอลลาร์ได้ ทิศทางขาขึ้นยังคงได้เปรียบ
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองช่วงนี้
สงครามภาษีสหรัฐฯ ส่งผลต่อราคาทองอย่างไร?
นโยบายขึ้นภาษีการค้าทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว นักลงทุนจึงมักย้ายเงินจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่ทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
ถ้าเฟดไม่ลดดอกเบี้ยเดือนมีนาคม ทองจะลงไหม?
มีโอกาสย่อตัวลงในระยะสั้น เนื่องจากดอกเบี้ยที่สูงจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและเพิ่มต้นทุนการถือครองทองคำ แต่อาจมีแรงซื้อคืนจากประเด็นความขัดแย้งทางการค้ามาช่วยพยุงราคาไว้
แนวรับสำคัญของราคาทองโลกอยู่ที่เท่าไหร่?
ปัจจุบันแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญอยู่ที่ 5,145 ดอลลาร์ และแนวรับตัดสินใจสำคัญอยู่ที่ 5,100 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้อาจเห็นการปรับฐานลงต่อเนื่องในระยะยาว