ข้อมูลจากตลาด CME FedWatch และรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า ราคาทองคำโลก มีการปรับฐานลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการแข็งค่าของดัชนีเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สรุปประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองดังนี้
- ราคาทองคำโลกปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 98.48 หน่วย
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อายุ 10 ปี ขยับสูงขึ้นสู่ระดับ 4.43% บ่งบอกถึงแรงเทขายสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ
- กองทุนทองคำโลก SPDR แสดงท่าทีเชิงลบด้วยการขายทองคำออกมากถึง 10.85 ตัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 95.2% จากเดิม 93.3% ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อการฟื้นตัวของราคาทองคำ
วิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำและปัจจัยที่ทำให้ทองโลกร่วง
สถานการณ์ปัจจุบันราคาทองคำเผชิญกับพายุหลายด้านพร้อมกัน ไม่เพียงแต่ปัจจัยเรื่องการเงินสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ที่พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับ 118 และ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ ส่งผลให้นักลงทุนโยกย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์พลังงานและดอลลาร์แทน ประกอบกับสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจนในเชิงสันติภาพ ทำให้ตลาดเข้าสู่สภาวะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำโลกได้ลงมาทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,500 ดอลลาร์ และเริ่มมีแรงดีดกลับให้เห็นเล็กน้อย ประเมินว่าในระยะสั้นมีโอกาสที่ราคาทองจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 4,565 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นนี้อาจเป็นการรีบาวด์เพื่อลงต่อ หากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุนเพียงพอ นักลงทุนควรระมัดระวังการย่อตัวซ้ำในภายหลัง
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงค่ำวันนี้ถือเป็นตัวตัดสินสำคัญ โดยเฉพาะรายงานดุลการค้า และตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่ (JOLTS) รวมถึงดัชนี PMI ภาคการบริการ ข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หากตัวเลขออกมาดีเกินคาด จะยิ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันราคาทองคำให้หลุดแนวรับถัดไปที่ 4,483 ดอลลาร์ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับฐานลงอย่างรุนแรงอีกครั้ง
สรุปแนวโน้มราคาทองคำและการวางแผนลงทุน
ราคาทองคำโลกอยู่ในช่วงเปราะบางและมีแนวโน้มปรับฐานลงต่อเนื่อง โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวสำคัญอยู่ที่แนวรับ 4,500 – 4,483 ดอลลาร์ และมีแนวต้านอยู่ที่ 4,565 ดอลลาร์ การตัดสินใจเข้าซื้อในช่วงนี้ควรรอการยืนยันที่แนวรับสำคัญ หรือรอความชัดเจนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคา
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทอง
ทำไมราคาทองคำถึงลดลงทั้งที่มีสงคราม? แม้จะมีสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่เมื่อดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น นักลงทุนมักเลือกถือครองเงินดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดน้อยลง
แนวรับทองคำวันนี้อยู่ที่เท่าไหร่? แนวรับแรกอยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้จะมีแนวรับถัดไปที่สำคัญมากคือ 4,483 ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาปิดต่ำกว่าจุดนี้อาจเกิดแรงเทขายต่อเนื่อง
คืนนี้มีตัวเลขเศรษฐกิจอะไรที่กระทบราคาทองบ้าง? มีประกาศตัวเลขดุลการค้าเดือน มี.ค. เวลา 19.30 น. และข้อมูลสำคัญอย่างตำแหน่งงานเปิดรับสมัครใหม่ (JOLTS) รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการ เวลา 21.00 น. ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์และราคาทองโดยตรง